มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2558

 

วัฒนธรรมร่วมอาเซียน (29)

บวชนาค

 

          บวชนาค หมายถึง บวชคนพื้นเมืองให้เป็นพระสงฆ์ในพุทธศาสนา

          มีเหมือนกันทุกประเทศในอุษาคเนย์ที่รับนับถือพุทธศาสนา แต่บางประเทศเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นแล้ว จึงไม่เหลือหลักฐาน

ภิกษุสาวก 3 รูป ครองจีวร ถือบาตร แสดงท่าบิณฑบาต เป็นหลักฐานเก่าสุดที่แสดงว่ามีพระสงฆ์ในดินแดนสุวรรณภูมิ ประติมากรรมดินเผาแบบทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000 พบที่เมืองอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี (ภาพจากหนังสือ สุวัณณภูมิ โดย ธนิต อยู่โพธิ์ กรมศิลปากร พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2510)

ภิกษุสาวก 3 รูป ครองจีวร ถือบาตร แสดงท่าบิณฑบาต เป็นหลักฐานเก่าสุดที่แสดงว่ามีพระสงฆ์ในดินแดนสุวรรณภูมิ ประติมากรรมดินเผาแบบทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000 พบที่เมืองอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี (ภาพจากหนังสือ สุวัณณภูมิ โดย ธนิต อยู่โพธิ์ กรมศิลปากร พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2510)

นาค

          นาค หมายถึงคนพื้นเมืองเปลือยเปล่า สัญลักษณ์ของบรรพชนคนสุวรรณภูมิ เป็นคำดูถูกของชาวชมพูทวีป (อินเดีย) เรียกคนพื้นเมืองอุษาคเนย์

          คำว่า นาค ไม่ใช่ตระกูลภาษาไทย-ลาว แต่มีรากมาจากภาษาตระกูลอินโด-ยูโรเปียน แปลว่า เปลือย, แก้ผ้า คำนี้มีแพร่หลายในหมู่ชนชาวชมพูทวีปตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์

          ชาวสุวรรณภูมิ ราว 2,500 ปีมาแล้ว นุ่งห่มใบไม้ เช่น ใบมะพร้าว ฯลฯ ถ้าจะมีผ้านุ่งบ้างก็เป็นผืนเล็กๆ แคบๆ เช่น เตี่ยว ใช้ปิดหุ้มรัดอวัยวะเพศเท่านั้น

          เมื่อชาวชมพูทวีปเดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนกับกลุ่มชนชาวสุวรรณภูมิที่ยังล้าหลังทางเทคโนโลยีทอผ้า จึงพบว่าไม่มีผ้าผืนใหญ่ใช้นุ่งและห่มเหมือนชาวชมพูทวีป ก็เรียกชาวสุวรรณภูมิอย่างเหยียดหยามดูถูกด้วยถ้อยคำของตนว่า นาค หมายความว่า คนเปลือย, คนแก้ผ้า

          ต่อมาชักชวนคนฝูงนั้นให้เลื่อมใสพุทธศาสนา เมื่อจะบรรพชาเป็นภิกษุจึงเรียกบวชนาค หมายถึงบวชคนพื้นเมืองเปลือยเปล่าป่าเถื่อนไม่นุ่งผ้า, ไม่ห่มผ้า

          พิธีบวชนาคไม่มีในพระไตรปิฎก จึงไม่มีในอินเดีย, ลังกา มีแต่ที่สุวรรณภูมิ

 ม้าในขบวนแห่นาคไปวัด จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

ม้าในขบวนแห่นาคไปวัด จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

บวชนาคพม่า

          บวชนาค มีในทุกบ้านเมืองที่เคยนับถือพุทธศาสนา บางประเทศยังนับถือสืบเนื่องมา เช่น ลาว, กัมพูชา, ไทย, และพม่า

          สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าเรื่องบวชนาคพม่าไว้ในหนังสือเที่ยวเมืองพม่า (ฉบับมติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2545 หน้า 230) จะคัดมา ดังนี้

          “พม่ายังแห่นาคเหมือนไทยเราแห่กันแต่ก่อน

          ลักษณะการแห่บวชนาคนั้น ถ้าสังเกตดูจะเห็นได้ว่าเจตนาจะให้เป็นทำนองเดียวกับแสดงตำนาน Pageant เรื่อง ‘มหาภิเนษกรมณ์’ จึงให้เจ้านาคขี่ม้าเหมือนอย่างพระพุทธองค์เมื่อยังเป็นพระโพธิสัตว์เสด็จออกจากเมืองกบิลพัสดุ์ไปทรงผนวช

          สมมติพวกญาติโยมที่ห้อมแห่ไปเป็นเทวดาที่ห้อมล้อมพระโพธิสัตว์ และหาพวกจำอวดนำกระบวนสมมติว่าเป็นพระยามารที่คอยขัดขวาง

แต่ประหลาดอยู่ในเมืองเราแห่เช่นนั้นแต่บวชนาคราษฎร ถ้าเป็นนาคหลวงเช่นเจ้านายทรงผนวช ไม่แห่ หรือแห่ก็แห่เป็นกระบวนพยุหยาตรา

          นาคเจ้านายทรงยานมาศและเสลี่ยง เคยได้ยินว่าบางทีทรงคอช้างก็มี แต่ที่จะทรงม้าเหมือนอย่างนาคราษฎรหามีไม่ หรือถ้าว่าอีกอย่างหนึ่งนาคหลวงแห่แต่เพื่อให้คนอนุโมทนา ไม่ทำเป็นแสดงตำนาน

          พิเคราะห์ชวนให้สงสัยว่าแห่นาคราษฎรไทยจะได้แบบมาจากพม่าดอกกระมัง เค้าเงื่อนมีอยู่ที่แห่บวชนาคของราษฎรดูจะต้องมีพวกตีกลองยาวอย่างพม่าที่เราเรียกกันว่า ‘เถิดเทิง’ นำกระบวนเป็นนิจ

          และเมื่อแห่ไปถึงวัด พวกกลองยาวเล่นจำอวดกั้นกางอย่างเป็นพระยามารห้ามเอารางวัลเสียก่อน แล้วจึงให้เจ้านาคเข้าโบสถ์ เป็นประเพณีมาอย่างนี้”

 

กลองยาว วัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์

          แห่นาคในไทย ไม่จำเป็นต้องรับจากพม่า เพราะประเพณีแห่ต่างๆ มีมาแต่ดั้งเดิมหลายพันปีมาแล้ว มีหลักฐานในภาพเขียนสีบนเพิงผาและผนังถ้ำ

          กลองยาว คือกลองมีเอว [ล้านนาเรียก กลองแอว หรือ กลองมีแอว] เป็นวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว ไม่ใช่สมบัติของพม่ากลุ่มเดียว

          แต่คนทั่วไปถูกครอบงำว่ากลองยาวเป็นของพม่า เพราะเชื่อตามคำร้องเพลงสิบสองภาษา สำเนียงพม่า ซึ่งเพิ่งแต่งใหม่ ยุคหลัง ร.4 ว่ามีพม่ากลุ่มหนึ่งเข้ามาทำมาหากินในไทย โดยรวมกันเล่นกลองยาวรับจ้างแห่ต่างๆ ดังนี้

          ทุงเล ทุงเล                ทีนี้จะเห่พม่าใหม่

          ตกมาอยู่เมืองไทย       เป็นผู้ใหญ่ตีกลองยาว

          ฯลฯ

          แห่นาคในไทยจึงไม่จำเป็นต้องรับจากพม่า แต่มีเป็นวัฒนธรรมร่วมทั้งพม่าและไทย รวมถึงเขมร, ลาว

แห่ช้างบวชนาคของชาวพวนหาดเสี้ยว ที่วัดหาดเสี้ยว อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2555 (ห้องสมุดภาพมติชน)

แห่ช้างบวชนาคของชาวพวนหาดเสี้ยว ที่วัดหาดเสี้ยว อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2555 (ห้องสมุดภาพมติชน)