มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2558

 

วัฒนธรรมร่วมอาเซียน (28)

ศาสนาพราหมณ์, พุทธ

 

          วัฒนธรรมร่วมอาเซียนยุคก่อนอินเดีย จบไปแล้ว แต่อาจไม่ครบถ้วนก็ได้ ถ้าพบว่ายังขาดอะไรกรุณาบอกด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง

          นับแต่นี้ไปเป็นเรื่องยุคหลังอินเดีย

          อาเซียน หรืออุษาคเนย์ มีวัฒนธรรมร่วมหลายอย่างมานานหลายพันปีแล้ว เพราะอยู่เขตมรสุมเดียวกันทั้งส่วนที่เป็นแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะ จึงมีประวัติศาสตร์ร่วมกันอย่างแยกไม่ได้

          แล้วมีวัฒนธรรมร่วมกันแบ่งกว้างๆ เป็น 2 ระยะ คือ ก่อนอินเดีย และหลังอินเดีย

          ก่อนอินเดีย หมายถึง ก่อนรับอารยธรรมจากอินเดีย ตั้งแต่หลายแสนหลายหมื่นหลายพันปีมาแล้ว จนถึงราว พ.ศ. 1000

          คนพื้นเมืองดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ในอาเซียน มีวัฒนธรรมร่วมอยู่แล้ว ก่อนรับอารยธรรมจากอินเดีย

          หลังอินเดีย หมายถึง หลังรับอารยธรรมจากอินเดีย ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000

          คนพื้นเมืองรับวัฒนธรรมจากอินเดียมาประสมประสานวัฒนธรรมดั้งเดิม แล้วเกิดวัฒนธรรมใหม่ ที่มีทั้งคล้ายคลึงกันและแตกต่างกัน มี 3 ระยะ คือ

          (1) รับศาสนาพราหมณ์-พุทธ กับ (2) รับศาสนาอิสลาม และอื่นๆ (3) รับอาณานิคม

 

ศาสนาพราหมณ์, พุทธ

          ราวหลัง พ.ศ. 1000 ภูมิภาคอุษาคเนย์รับศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธจากอินเดียและลังกา

          บางท้องถิ่นมีตำนานคำบอกเล่าว่าเริ่มรับก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ไม่เคยพบหลักฐานสนับสนุนทางประวัติศาสตร์โบราณคดี

 

ศาสนาท้องถิ่น

          ศาสนาผีเป็นรากฐานแข็งแรงอยู่ก่อนแล้วหลายพันปีในอุษาคเนย์ เมื่อหัวหน้าเผ่ารับศาสนาพราหมณ์, พุทธ จากอินเดียและลังกาเข้ามาใหม่ ต้องปะทะกันอย่างรุนแรง

          ท้ายสุดเกิดการประนีประนอมประสมประสานกันระหว่างศาสนาผีกับศาสนาพราหมณ์, พุทธ แล้วมีศาสนาท้องถิ่นขึ้นใหม่สืบจนทุกวันนี้ ซึ่งมีลักษณะต่างกันไป

          มีตัวอย่างในไทย ศาสนาท้องถิ่นเรียกศาสนาไทย

          ศาสนาไทย มีศาสนาผีเป็นฐานรากอันแข็งแกร่ง แล้วรับเอาสิ่งละอันพันละน้อยของศาสนาพราหมณ์ กับศาสนาพุทธ โดยเลือกเอาส่วนที่ไม่ขัดกับหลักผี เข้ามาประดับศาสนาผี เพื่อให้ดูดี ทันสมัย มีสง่าราศี น่าเลื่อมใสศรัทธาขึ้นเท่านั้น

          ศาสนาผีรักษากฎเกณฑ์ทางสังคม แต่พราหมณ์, พุทธ รักษากฎเกณฑ์ทางจิตวิญญาณของบุคคล [ศาสนาผี โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 21-27 ตุลาคม 2554 หน้า 28-29]

 

ปราบผีพื้นเมือง

          คนพื้นเมืองบนเกาะชวา (ก่อนอารยธรรมอินเดียแผ่เข้าไป) ล้วนนับถือศาสนาผี มีหลากหลายเหมือนคนกลุ่มอื่นๆในอาเซียนโบราณ

          เมื่อพ่อค้าหรือนักเสี่ยงโชคผจญภัยจากอินเดียยกกองเรือถึงเกาะชวา ราวหลัง พ.ศ. 1000 โดยเชิญพระพิฆเนศเป็นเทวรูปสำคัญประจำเรือเพื่อขจัดอุปสรรคระหว่างเดินทาง

          จากนั้นก็ปราบปรามคนพื้นเมืองให้อยู่ในอำนาจจนสำเร็จ ซึ่งต้องฆ่าคนพื้นเมืองจำนวนไม่น้อย

          พระพิฆเนศนั่งทับหัวกะโหลก หมายถึงเทวดาชมพูทวีปมีอำนาจเหนือคนพื้นเมือง แล้วมีอำนาจเหนือผีทั้งปวงบนเกาะชวา

          [พระพิฆเนศเป็นบรมครูของศิลปินร้องรำทำเพลงและวาดปั้น เป็นสิ่งที่ไทยประดิษฐ์ใหม่สมัย ร.6 แต่ไม่มีความเชื่ออย่างนี้ในอินเดียและชวา]

พระพิฆเนศนั่งทับหัวกะโหลกคนพื้นเมือง เมื่อปราบคนพื้นเมืองสำเร็จแล้ว  รูปสลักจากหินภูเขาไฟ ฝีมือช่างชวาตะวันออก  ผู้สำเร็จราชการฮอลันดาที่ปกครองชวา (อินโดนีเซีย) ถวาย ร.5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสหมู่เกาะชวา พ.ศ. 2439 (ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)

พระพิฆเนศนั่งทับหัวกะโหลกคนพื้นเมือง เมื่อปราบคนพื้นเมืองสำเร็จแล้ว
รูปสลักจากหินภูเขาไฟ ฝีมือช่างชวาตะวันออก ผู้สำเร็จราชการฮอลันดาที่ปกครองชวา (อินโดนีเซีย) ถวาย ร.5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสหมู่เกาะชวา พ.ศ. 2439 (ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)

หลังศาสนาพุทธกับพราหมณ์สถาปนามั่นคงแล้ว คนพื้นเมืองถูกปราบปราม แม้ศาสนาผี                มีความสำคัญ แต่ต้องยกพุทธพราหมณ์มาคลุมเคลือบไว้ แล้วเหยียดสัญลักษณ์เดิมเป็นฝ่ายเลว (ผู้ร้าย) เช่น นาค เป็นต้นตอของโรคภัยไข้เจ็บ ภาพสลักรูปกษัตริย์เขมร หรือพระเจ้าขี้เรื้อน (คงหมายถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7) ต่อสู้กับนาคร้าย สัญลักษณ์ของโรคภัยไข้เจ็บ ที่พ่นพิษใส่กษัตริย์ ทำให้เป็นโรคเรื้อน อายุราว พ.ศ. 1800-1900 ภาพสลักที่ปราสาทบายนในนครธม กัมพูชา

หลังศาสนาพุทธกับพราหมณ์สถาปนามั่นคงแล้ว คนพื้นเมืองถูกปราบปราม แม้ศาสนาผี มีความสำคัญ แต่ต้องยกพุทธพราหมณ์มาคลุมเคลือบไว้ แล้วเหยียดสัญลักษณ์เดิมเป็นฝ่ายเลว (ผู้ร้าย) เช่น นาค เป็นต้นตอของโรคภัยไข้เจ็บ
ภาพสลักรูปกษัตริย์เขมร หรือพระเจ้าขี้เรื้อน (คงหมายถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7) ต่อสู้กับนาคร้าย สัญลักษณ์ของโรคภัยไข้เจ็บ ที่พ่นพิษใส่กษัตริย์ ทำให้เป็นโรคเรื้อน อายุราว พ.ศ. 1800-1900 ภาพสลักที่ปราสาทบายนในนครธม กัมพูชา

ทำขวัญนาคในพิธีบวช

          ทำขวัญนาคในพิธีบวช กล่าวถึงพระคุณของแม่ที่มีต่อนาคผู้จะเข้าพิธีบวชเป็นพระสงฆ์

          ประเพณีนี้ไม่มีในพุทธบัญญัติ และไม่เคยมีในอินเดีย, ลังกา

          นาค เป็นสัญลักษณ์ของหญิงพื้นเมืองเจ้าของศาสนาผี ตามความเชื่อดั้งเดิมของอุษาคเนย์

ทำขวัญนาค พรรณนาพระคุณแม่ ตามความเชื่อศาสนาผีพื้นเมืองของกลุ่มชนดั้งเดิมในภูมิภาคอุษาคเนย์โบราณ แต่ไม่มีในพุทธอินเดีย, ลังกา

ทำขวัญนาค พรรณนาพระคุณแม่ ตามความเชื่อศาสนาผีพื้นเมืองของกลุ่มชนดั้งเดิมในภูมิภาคอุษาคเนย์โบราณ แต่ไม่มีในพุทธอินเดีย, ลังกา