มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2558

 

คืนความสุขให้ กศน.

          กศน. มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาทางเลือก ทั้งนอกระบบและตามอัธยาศัย

          แต่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าเหตุใด กศน. จึงไม่บริหารจัดการตนให้สำคัญตามที่สังคมคาดหวัง?

          ปัญหาคงมีหลายอย่าง แต่จะยกมาอย่างหนึ่งตามที่ ดร. กษมา โรจนนิล ผอ.กศน. จ.สมุทรสงคราม บอกไว้ ดังนี้

          “การคัดเลือกบุคลากรเข้าเป็นครู กศน. ยังไม่เข้มข้น ในแต่ละสาขายังเป็นแบบว่าใครก็ได้ สมัครได้หมด ทำให้เราขาดจุดเน้น ครู กศน. ยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร บางครั้งนักเรียนบางคนอาจเก่งกว่าด้วยซ้ำ”

          “การที่ครู กศน. ไม่ใช่คนในท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้ไม่มีสมาธิจดจ่อกับการทำงานเท่าที่ควร สบช่องโอกาสเมื่อไหร่ก็เตรียมโยกย้ายกลับท้องถิ่นภูมิลำเนา”

          “เราจะเห็นว่าทุกศุกร์ ครู กศน. แต่ละคนจะเริ่มอยู่ไม่มีความสุขแล้ว เพราะคิดแต่จะกลับบ้านไปหาลูก ไปหาครอบครัวซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่อื่น”

          “ในอนาคตเป็นไปได้มั้ยที่จะวางนโยบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน เป็นการคืนครูสู่ท้องถิ่น คืนแม่ให้ลูก คืนภรรยาให้สามี เป็นการคืนความสุขให้ทุกคนได้กลับไปอยู่กับความอบอุ่น”

          [ยึดประเทศด้วยการศึกษาฯ โดย เชตวัน เตือประโคน ใน มติชน ประชาชื่น ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2558 หน้า 17]

 

กศน. ต้องคืนความสุขให้สังคมบ้าง

          แต่ปัญหาไม่มีแค่นั้น ดังมีกรณีตัวอย่าง

          เมื่อได้อ่านคอลัมน์ในข่าวสดของ ตุลย์ ณ ราชดำเนิน ว่ามีพฤติกรรมตามประเพณีอยู่ใน กศน. เกี่ยวกับพิมพ์ตำรา จะคัดเฉพาะตอนสำคัญมาดังนี้

          “ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2551 ในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีครูและผู้บริหารประจำศูนย์การเรียนชุมชน (ศรช.) หลายแห่ง แต่งบัญชีผี เพื่อปั้นตัวเลขเบิกงบฯ ค่าจ้างสอนรายหัว และใช้บริการในห้องสมุดหัวละ 100 บาท

          “ล่าสุดให้จับตาไปที่กลุ่มผู้ผลิตหนังสือเรียนรายย่อย ส่งหนังสือร้องเรียนถึงเลขาธิการ กศน. ในสังกัดสำนักงานปลัด ศธ. ขอให้ตรวจสอบการจัดจ้างพิมพ์หนังสือเรียน และการจัดซื้อหนังสือเรียนของศูนย์ กศน. ต่างๆ ตั้งแต่ปีงบฯ 2551 จนถึงปัจจุบัน พบมีการผูกขาดและเอื้อประโยชน์การจัดจ้างพิมพ์หนังสือเรียนกับบริษัทเอกชนใหญ่โตบางราย

          [ข่าวสด ฉบับวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2558 หน้า 23]

          เพิ่งตาสว่าง หลายปีแล้ว กศน. ท้องถิ่นหนึ่งขอแรงให้เขียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และประวัติสถานที่สำคัญในท้องถิ่นอย่างง่ายๆ โดยไม่มีค่าทำงาน

          เขียนฟรีๆให้แล้ว แต่ กศน. ไม่มีเงินพิมพ์แจกคนเรียน ต้องรอขออนุมัติอีกนานจากส่วนกลางที่กรุงเทพฯ

          ผมอาสาหาทุนสนับสนุนจากภาคเอกชนพิมพ์ชั่วคราวให้ก่อน

          พวกเขาหายเข้ากลีบเมฆไปเลยตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ โดยไม่มีคำตอบอะไร ทุกวันนี้ไม่รู้ออกจากกลีบเมฆหรือยัง?

          กรุณาคืนความสุขให้สังคมไทยบ้างเถอะนะ กศน.