มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2558

 

ไม่กีดกันป๊อป อาจอยู่ได้

          ถ้าไม่กีดกันวัฒนธรรมป๊อป การแสดงไม่ไทย (ที่เรียกพื้นบ้าน) ก็มีโอกาสรอดบ้าง

          ตัวอย่างมีให้เห็นก่อนหน้านี้ (คือ พร ภิรมย์, จรัล มโนเพ็ชร) และปัจจุบันอยู่ในทีวี เช่น ช่อง 3 (ก่อนบ่ายคลายเครียด), ช่องเวิร์คพอยท์ (ฉ่อยจำอวด)

 

หมอลำ, ลิเก

          หมอลำ และการละเล่นอื่นๆของอีสาน ล้วนไม่ไทย มีลักษณะเสรีที่ไม่หยุดนิ่ง แต่เคลื่อนไหวเข้ากันได้เสมอกับความเปลี่ยนแปลงของโลกและชีวิต

          จึงมีพัฒนาการปรับเปลี่ยนตัวเอง สนุกสนานอุตลุดสุดเหวี่ยง เข้ากันได้สนิทกับวิถีชีวิตจริงๆของคนชายขอบ หรือคนชั้นล่างๆ ได้แก่ หมอลำซิ่ง, โปงลาง, หมอลำลูกทุ่ง ฯลฯ

          ที่เป็นเช่นนั้น เพราะคนอีสานและการละเล่นอีสาน ถูกทอดทิ้งให้ยืนเอาตัวรอดด้วยตนเองตามยถากรรม

          จึงไม่ถูกควบคุมครอบงำจากอำนาจวัฒนธรรมและจริยธรรมของคนชั้นนำ คือ ฝูงคนดีและผู้ดี ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง ตั้งแต่ยุคอยุธยา, ธนบุรี, รัตนโกสินทร์ จนยุคสงครามเย็น และยุคสงครามเวียดนาม

          ลิเก แม้เป็นมหรสพของชาวบ้านภาคกลาง แต่ถูกจัดเป็นการแสดงพื้นบ้าน คือไม่ไทย

          มีกำเนิดแหกคอกนอกครูจากละครของคนชั้นสูง โดยรับการละเล่นของแขกมลายูมุสลิมมาประสมประสาน เล่นอย่างจำอวดผสมลำตัด จึงอร่อย อุตลุดสุดเหวี่ยง

          ต่อมาผสมละครนอก (ละครชาวบ้าน) โดยมีรำและรัดเครื่อง เลียนแบบละครหลวง จึงถูกควบคุมครอบงำด้วยจารีตประเพณีและขนบอย่างเข้มงวดของคนชั้นนำ (คือ ฝูงคนดีและผู้ดี)

          ทำให้ไม่มีอิสระแท้จริง เพราะยังต้องแต่งกายและร่ายรำตามแบบแผนที่ถูกกำหนดไว้ จึงเข้ากันไม่ได้กับสังคมร่วมสมัย ผลที่สุดก็แพ้ตัวเองและแพ้ละคร

          ยังมีคนดูอยู่บ้างก็เป็นความสืบเนื่องที่เจือจางลงมาก แต่บางพวกดูเป็นของแปลกๆ เท่านั้น

 

ลิเก, ลำตัด

          ลิเก กับ ลำตัด มีกำเนิดจากรากเดียวกัน คือการละเล่นของแขกมลายูมุสลิม มีกลองรำมะนาตีประกอบ [ลิเกยุคแรกสุดสมัย ร.5 มีกลองรำมะนาตีรับอย่างลำตัด แล้วเปลี่ยนเป็นปี่พาทย์ยุคหลัง]

          เป็นหลักฐานตัวอย่างแรกสุดที่ต้องปรับเปลี่ยนจากเดิมทั้งรูปแบบและเนื้อหา เป็นจำอวด ตลก อร่อย เพื่อความอยู่รอด

          ลำ คือ คำร้องเป็นร้อยกรองที่มีทำนองยาวๆ ไม่มีจุดจบแน่นอน เช่น เพลงฉ่อย, เพลงเรือ, เพลงปรบไก่, เพลงโคราช-พาดควาย, เพลงอีแซว ฯลฯ

          ตัด คือ ทำให้เหลือสั้นๆ จากลำยาวๆ เพราะฟังน่าเบื่อ น่ารำคาญ

          เพลงทุกอย่างถูกตัดให้สั้นและทำให้สนุกสุดเหวี่ยง พอคนเริ่มเบื่อก็เปลี่ยนเป็นเพลงอื่นอย่างสั้นๆอีก เพื่อเอาใจคนดู เพราะรู้จักและค้นพบคนดู

 

สืบทอดของเก่า ไม่รอด

          ถ้ากลัวการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบและเนื้อหา แล้วต้องการรักษาสืบทอดฟื้นฟูของเก่า (เหมือนฟื้นฟูรัฐราชการ) ก็ไปไม่รอด ดังเห็นๆ เป็นประจักษ์พยานกันอยู่แล้วทุกวันนี้ในทางเศรษฐกิจ-การเมือง

          ทางการควรต่อลมหายใจให้การอุปถัมภ์และสนับสนุนการแสดงไม่ไทย โดยไม่จำเป็นต้องฟูมฟายโหยหา

          ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดแล้วบันทึกการแสดงสดนั้นๆไว้ โดยถ่ายทำไว้ทุกขั้นตอน

          เพื่อเก็บเข้ามิวเซียมห้องสมุด ไว้เป็นรากฐานให้คนรุ่นต่อๆไป มีพลังสร้างสรรค์โดยไม่รังเกียจความเปลี่ยนแปลงและไม่กีดกันป๊อป