มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2558

 

ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

      ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่โลกสากลเรียก soft power คือพลังละมุน

      เมื่อก่อนนี้ราว 30-40 ปีมาแล้ว ใครพูดข้อความนี้ขึ้นมาจะถูกมองด้วยสายตารังเกียจเหยียดหยามอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาถือว่าความคิดอย่างนี้ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ

      ผมเคยโดนอย่างนี้มาแล้วหลายครั้งจากพวกพ่อค้าวิชาการนักเรียนนอก และผู้มีอำนาจในมหาดไทย เนื่องจากสังคมไทยขณะนั้นกำลังมืดบอด เพราะคลั่งดอลลาร์จากการขาย Sea Sun Sand Sex

      แต่ขณะนี้สถานที่เหล่านั้นทยอยชำรุดทรุดโทรมและเน่าด้วยหลายสาเหตุ เช่น เอาแต่ใช้ ป่วยไข้ไม่ดูแลรักษา ฯลฯ จนบางแห่งไม่เห็นหนทางจะฟื้นฟูให้คืนดีดังเดิมได้

      ยกเว้น Sex มีแต่รุ่งเรืองเฟื่องฟูคู่กับวัดวาอารามและความเป็นไทย

 

ขายกินยาว

      บัดนี้ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กำลังเริ่มขายได้ขายออกอย่างลึกๆ เงียบๆ โดย ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ เปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ ว่า

      แคมเปญปีการท่องเที่ยววิถีไทย เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เสมือนเปิดศักราชใหม่ในการเข้าถึงการท่องเที่ยวที่ดีในระยะยาว เท่ากับขายกินยาว [กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2558 หน้า 1]

 

ต้องมีสตอรี่

      รองนายกฯแนะกระทรวงการท่องเที่ยวฯวางแผนแนวทางพัฒนาส่งเสริมคุณภาพบริการท่องเที่ยวในระยะยาวอย่างจริงจัง ปัดฝุ่นให้เป็นจุดหมายน่าสนใจเข้าไปดูแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

      แล้วบอกอีกว่าโบราณสถานต่างๆควรแสดงรูปภาพจำลองโครงสร้างในอดีตที่สมบูรณ์เทียบไว้ด้วย นักท่องเที่ยวที่สนใจจะได้เข้าถึงข้อมูลความรู้เหล่านั้น

      อันที่จริงภาพจำลองโบราณสถานที่สมบูรณ์ กรมศิลปากรทดลองทำแล้วบางแห่งที่สุโขทัย และกำลังทำที่อยุธยา ยังไม่เสร็จ ซึ่งควรสนับสนุนให้เร่งรัดทำต่อเนื่องจนครบ อย่าอืดอาด

      แต่ ต้องมีสตอรี่ คำอธิบายต้องเขียนง่ายๆ สั้นๆ เป็นภาษาคน ไม่ภาษาวิชาการโบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลป์

      ผมเคยเขียนบอกหลายหนแล้ว ว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดแสดงต้องมีสตอรี่เป็นประวัติศาสตร์สังคม ให้คนดูทั่วไปรู้เรื่อง ไม่ใช่คนจัดแสดงรู้กันเองพวกเดียวอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้

 

ต้องไม่บิดเบือน

      สตอรี่ที่จะขายการท่องเที่ยวตามที่รองนายกฯบอกไว้นี้ ต้องไม่บิดเบือน เช่น เมืองอู่ทอง ที่สุพรรณบุรี ถูกโฆษณาขายจากทางการผ่านสื่อว่า

  1. เมืองอู่ทองเป็นต้นกำเนิดประวัติศาสตร์อารยธรรมสุวรรณภูมิ
  2. เมืองอู่ทองเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรทวารวดี และเป็นศูนย์กลางการค้าของรัฐทวารวดี

      แต่ทางวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี ยังไม่เคยพบหลักฐานว่าเป็นจริงอย่างข้อความโฆษณานี้ของสุพรรณ

      รัฐบาลก่อนเผด็จการทหาร สถาปนาองค์การบริหารเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยงบฯก้อนโต โดยไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม ด้วยเหตุอันใดไม่รู้ได้

      แต่งานเท่าที่ทำมามีลักษณะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และขี่ช้างจับตั๊กแตน จนน่าวิตกว่าจะทำพลังละมุนเป็นพลังเน่าๆ เพราะบิดเบือน

      ที่น่ากลัวที่สุดคือการสลักพระพุทธรูปขนาดใหญ่บนหน้าผา ว่าจะบานปลายกลายเป็นอย่างอื่น อันไม่สมควรกับแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีมีค่ายิ่ง