มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2558

 

วรรณกรรม-วรรณคดี

ทำยังไงให้อร่อย?

 

          อะไรที่ลงท้ายด้วยไทยๆ กลายเป็นของต้องห้าม ในความเข้าใจของคนทั่วไปจำนวนมาก

          โดยเฉพาะวรรณกรรมไทย (ที่เคยเรียกกันอย่างไม่เสมอภาคว่าวรรณคดีไทย) ล้วนเป็นของต้องห้ามสำหรับนักเรียนนักศึกษา คืออ่านแล้วห้ามคิดแหกคอก ห้ามวิจารณ์นอกกฎ กติกา มารยาท ที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนไว้ให้ท่องจำ

          ใครไม่ปฏิบัติตามนี้ไม่มีบทลงโทษ แต่สอบไม่ผ่าน แล้วอาจโดนข้อหาอื่นๆตามมาอีกมากก็ได้ เช่น ไม่รักความเป็นไทย และไม่รักชาติ จนถึงไม่รักเจ้า

          ดังนั้น นักเรียนนักศึกษาเกือบทั้งหมดถูกครอบงำด้วยความคิดอนุรักษนิยมสุดโต่ง ส่งผลให้พลังสร้างสรรค์ระดับสากลลดลง หรือไม่มี

          กวี, คีตกวี, ศิลปิน, นักเขียน, นักประพันธ์, นักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ฯลฯ เป็นส่วนมาก (จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม) ก็ไม่รอดพ้นจากการครอบงำนั้น

          ผลงานส่วนมากจึงโหยหาและฟูมฟายอดีตของคนชั้นนำเท่านั้น เช่น วัด, วัง โดยไม่มีชุมชนและสามัญชนชาวบ้าน

          กว่าจะรอดพ้นหลุมดำอำมหิตได้ บางคนใช้เวลาไม่นาน แต่หลายคนใช้เวลานานมาก บางทีไม่รอดตลอดไปก็มี

 

อ่านใหม่ อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง

read 1 read 2

          งานของ ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ ผมตามอ่านไม่มาก แต่ส่วนมากอ่านไม่จบ

          เพราะนอกจากยาวแล้ว ยังมีศัพท์เฉพาะเป็นภาษาฝรั่งซึ่งสุดปัญญาจะตามทัน

          ถึงยังไงก็ต้องทยอยอ่านทีละเรื่อง เพราะอ่านแล้วได้ประโยชน์มากต่อโลกทรรศน์ที่มีต่อโลกและชีวิต

          ทางเบี่ยงที่ช่วยได้บ้าง คืออ่านบทแรกกับบทสุดท้าย แต่ก็ช่วยได้ไม่มาก จึงตั้งใจว่าเอาไว้อ่านละเอียดตอนรวมเล่ม

          แต่พอรวมเล่มเสร็จมาจริงๆ ก็เล่มโตจนเกินกำลังเข้าไปอีก

          ขณะนี้ยังหาทางเบี่ยงไม่พบ เลยต้องอาศัยตัวช่วยโดยอ่านคำนำของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ จนพอจะลืมตาอ้าปากได้บ้าง

          แต่ยังไม่ตาสว่าง พอคลำทางถูก ไม่หลง (แต่ไม่แน่)

 

วรรณคดีขี้สงสัย

read 3

          งานของ ปรามินทร์ เครือทอง ตามอ่านทุกเรื่องที่รู้ว่าพิมพ์ในเล่มไหน?

          ถ้ารอดหูรอดตาก็เพราะไม่รู้ และเสาะหาเองไม่ได้ ต้องปล่อยเลยตามเลยให้โง่ไปเอง เพราะไม่มีพลังจะเสาะหาอ่านได้

          ขี้สงสัย เป็นหัวใจของการศึกษาไม่ว่าสาขาอะไรทั้งนั้น ต้องสงสัยว่าทำไม? มาจากไหน? มายังไง? จะไปไหน? ฯลฯ

          แต่ครูบาอาจารย์ไทยจะหงุดหงิดมากๆเมื่อต้องตอบคำถามคนขี้สงสัยทางวรรณคดีไทย

          ความเป็นไทยห้ามสงสัย วรรณคดีไทยเลยไม่อร่อย ไม่สนุก ไม่น่าอ่าน คนรุ่นใหม่ คลื่นลูกใหม่พากันหนีสุดหล้าฟ้าเขียว

          สิ่งที่ปรามินทร์ทำอยู่นี่แหละ กระตุ้นให้น่าอ่านวรรณคดีไทย เพราะอร่อย} else {