มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2558

 

ห้องสมุดในไทย ไม่มีชีวิต

          ห้องสมุดมหาวิทยาลัยไทยจำนวนไม่น้อยมักจำหน่ายหนังสือออก เพราะเห็นว่าเก่าเกินไป หรือไม่ค่อยมีคนใช้

          “นี่ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยไทยมักไม่ค่อยติดอันดับของเอเชียหรือของโลก”

          ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกมติชน แล้วกล่าวอีกว่า แต่ความจริงแล้วหากเป็นหนังสือมีคุณค่า แม้ไม่มีคนยืมเป็นปีๆ ก็ต้องเก็บรักษาไว้ เหมือนห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่างประเทศ [มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2558 หน้า 8] ในตอนท้าย อ. ชาญวิทย์ สรุปว่า

          “หนังสือภาษาไทยจะปลอดภัย และได้รับการดูแลรักษาอย่างดีในห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ที่มีการเรียนการสอนด้านไทยศึกษา หรืออุษาคเนย์ศึกษา

          หนังสือในห้องสมุดมหาวิทยาลัยคอร์แนล, วิสคอนซิน, โอไฮโอ, เกียวโต, สิงคโปร์, อยู่ในสภาพดีมาก บางแห่งก็เก็บนิตยสารเก่าด้วย เช่น สตรีสาร และศรีสัปดาห์”

 

ศิษย์เก่าเกียรติยศ

          คุณภาพและประสิทธิภาพของอาจารย์และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ถูกสังคมทั้งในไทยและในระดับสากลไม่วางใจ เมื่อมีข่าวครึกโครมว่าหนังสือเชิงวิชาการเก่าๆถูกชั่งกิโลขายให้ร้านรับซื้อของเก่ารวมหนักเป็นตันๆ โดยหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) วังท่าพระ

          หนังสือเก่าๆเหล่านั้น ผู้รู้คุณค่าหลายคนบอกว่ามีหนังสือล้ำค่าอันประเมินมิได้อยู่ด้วยจำนวนมาก เสมือนคัมภีร์ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและศิลปกรรม ทั้งของไทยและของเพื่อนบ้าน เช่น ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม ฯลฯ

          มีศิษย์เก่า มศก. อย่างน้อย 2 คน ทันทีที่รู้ข่าวว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ได้พากันตามไปที่ร้านรับซื้อของเก่า ขอซื้อคืนตามราคาที่ร้านต้องการ แล้วมอบคืนหอสมุด มศก.

          พร้อมกับส่งข่าวผ่านสื่อสาธารณะให้ผู้เห็นคุณหนังสือล้ำค่า เร่งออกมาร่วมกันเรียกร้องให้ มศก. แก้ปัญหา (ตามที่สื่อมวลชนต่างๆมีรายงานข่าวไปแล้ว) กระทั่งแก้ไขได้ระดับหนึ่ง

          อธิการบดีควรประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่าของ มศก. 2 คนนี้ ที่กู้หน้าไว้

          และดีที่สุดก็คือจัดพื้นที่พิเศษให้เอกสารเก่าเหล่านี้ ในฐานะที่เป็นสถาบันมีการเรียนการสอนเป็นสำคัญด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีและศิลปกรรม

          แล้วเชิญศิษย์เก่าเกียรติยศ 2 คน เป็นกรรมการประเมินค่าเอกสารเก่าที่มีเหลือในหอสมุดฯ แล้วทำวิจัยเอาความรู้ออกมาแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะ

          เพราะ 2 คนนี้ มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีและศิลปกรรม และช่วยกอบกู้เกียรติภูมิและเกียรติคุณของสถาบันไว้

 

ห้องสมุดประชาชน—โรงเรียน

          ผมมีหนังสือเก่าใหม่จำนวนหนึ่ง เก็บไว้เป็นปกติ ไม่เพื่อสะสม แต่เพื่อใช้งานทำหนังสือและเขียนหนังสือต่างๆ

          เมื่อ กศน. กระทรวงศึกษาฯ สร้างห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี ในท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ผมก็ทยอยขนหนังสือเก่าใหม่จำนวนมากไปเข้าห้องสมุดนั้นด้วยศรัทธา

          ผ่านไปหลายปี ย้อนกลับไปดูอีกที ไม่มีแล้วหนังสือเก่าใหม่เหล่านั้น และไม่มีใครรับผิดชอบตอบได้ว่าหนังสือหายไปไหนหมด?

          ไม่มีปัญญาติดตามทวงถาม ต้องยอมจำนนต่อระบบราชการของรัฐราชการ ที่เขียนมานี้เพื่อบอกประสบการณ์ตรงเท่านั้น เพราะยอมจำนนอยู่แล้ว

          ครั้งล่าสุด ซื้อการ์ตูนสมัยใหม่ (ไม่ธรรมะ ไม่จักรๆวงศ์ๆ) ทั้งไทย, ญี่ปุ่น, ฝรั่ง เข้าห้องสมุดโรงเรียนระดับประถมในท้องถิ่นที่คุ้นเคยนั้น

          แล้วติดตามผลว่าเด็กชอบหรือไม่ชอบแบบไหน? อย่างไร? จะได้ซื้อเล่มใหม่เพิ่มให้ถูกใจ

          ผู้บริหารโรงเรียนไม่พอใจ แล้วพูดว่าจะรู้ไปทำไม? ทำไมต้องมาจู้จี้จุกจิกวุ่นวาย? ฯลฯ

          นักเรียนเลยไม่ได้อ่านเล่มใหม่ นับแต่นั้นมา