มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2558

 

หนังสือมีดีไซน์

           รูปเล่มหนังสือสวยงาม มีดีไซน์ เพราะให้ความสำคัญงานศิลปะและการออกแบบ

           อาร์ติสต์ละแวกหน้าพระลานเริ่มเข้าไปมีบทบาทผลิตหนังสืออย่างพิถีพิถัน ราวหลัง พ.ศ. 2505

           เมื่อ ส. ศิวรักษ์ (สุลักษณ์ ศิวรักษ์) เป็นบรรณาธิการ วารสารสังคมศาสตร์ปริทัศน์ แล้วชักชวนอาร์ติสต์ละแวกหน้าพระลานเข้าไปร่วมงานออกแบบปกและจัดรูปเล่ม

           ตั้งแต่ อังคาร กัลยาณพงศ์, นิพนธ์ ขำวิไล, นันทะ เจริญพันธ์, ฯลฯ

           [บางคนอาจคิดว่าท่านอังคารเขียนกวีอย่างเดียว ไม่เกี่ยวออกแบบ แต่ผมเห็นว่ามีส่วนสำคัญชักจูงให้ ส. ศิวรักษ์ เห็นความสำคัญการออกแบบ]

           อาร์ติสต์ละแวกหน้าพระลานเป็นผู้วางแผนตั้งแต่อ่านต้นฉบับ โดยกำหนดขนาดเล่ม, ตัวอักษร, คอลัมน์, แบบปกทั้งหน้าและหลัง

           โรงพิมพ์ต้องทำตามที่อาร์ติสต์กำหนด ถ้าทำไม่ได้ต้องแก้ไขโดยปรึกษาหาทางออกร่วมกัน แต่ก็ไม่ราบรื่นนัก เพราะเทคโนโลยีไม่อำนวย โดยเฉพาะการพิมพ์รูปมีปัญหามาก ถ้ารูปสียิ่งลำบาก

           ก่อนหน้านั้น การผลิตหนังสือไม่ให้ความสำคัญงานดีไซน์

           หนังสือแต่ละเล่มไม่ว่าประเภทอะไร? โดยเฉพาะงานวรรณกรรมที่มีแต่ตัวอักษรทั้งเล่ม ก็ล้วนโยนให้เป็นภาระของโรงพิมพ์

           เจ้าของโรงพิมพ์ก็โยนต่อให้เป็นภาระของช่างเรียง ที่มีหน้าที่เรียงตัวอักษรที่จะพิมพ์ แล้วจัดหน้าไปด้วย โรงพิมพ์ขนาดกลางมีช่างเรียงราว 20 คนขึ้นไป

           [ยุคนั้นเทคโนโลยีไม่ก้าวหน้า ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีแต่ตัวพิมพ์ทำจากตะกั่วหลอม จึงเรียกตัวตะกั่ว ช่างเรียงพิมพ์ต้องจับตัวตะกั่วทีละตัวมาเรียงผสมให้เป็นคำ]

           เมื่อหนังสือเสร็จก็ไม่มีใครสนใจว่างามหรือไม่งาม เห็นเสร็จเป็นเล่มก็พอใจแล้ว

           นับแต่ ส. ศิวรักษ์ ให้ความสำคัญการออกแบบจัดรูปเล่มหนังสือซึ่งเน้นหนักทางวิชาการ การผลิตหนังสือในไทยกรุงเทพฯ (เพราะมีแห่งเดียวที่กรุงเทพฯ) ก็เริ่มตื่นตัวเคลื่อนไหวอย่างพยายามมีดีไซน์

 

อาร์ติสต์

           ตั้งแต่ราว พ.ศ. 2510 อาร์ติสต์ละแวกหน้าพระลานยุคแรกๆ ที่สร้างความเคลื่อนไหวให้ตลาดพ็อคเก็ตบุ๊กมีปกสมัยใหม่อย่างป๊อบ คือ พิจารณ์ ตังคไพศาล (ขณะนั้นยังเป็นนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเขียนการ์ตูนประจำทุกวันในสยามรัฐรายวัน)

           แต่อาร์ติสต์ยุคนั้นในมหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนมากปฏิเสธงานออกแบบหนังสือ ไม่แฮปปี้กับงานออกแบบปกจัดรูปเล่มหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ก เพราะเหยียดเป็นงานตลาด เป็นพาณิชย์ศิลป์ ไม่อาร์ต

           “กูไม่ใช่อาร์ติสต์ แต่เป็นช่าง ชื่อช่วง กูทำให้มึงเองไอ้จิต

           พี่ช่วง มูลพินิจ บอกผมดังๆ ด้วยสำเนียงเหน่ออัมพวา สมุทรสงคราม ลั่นโต๊ะเหล้ามิ่งหลี ละแวกหน้าพระลาน ราว พ.ศ. 2510 เมื่อผมปรับทุกข์เรื่องอาร์ติสต์เหยียดงานหนังสือ

           รุ่งขึ้นพี่ช่วงก็ส่งต้นฉบับลายเส้นคางคกเตะเข้าคางกบไปลงช่อฟ้ารายเดือน แล้วเขียนรูปทำนองสิงสาราสัตว์ให้ทุกเดือน

           หลังจากนั้นก็ออกแบบปกพ็อกเก็ตบุ๊กด้วยปากกาลูกลื่นที่เพิ่งมาตีตลาดไทยใหม่ๆ เริ่มตั้งแต่ปกรวมเรื่องสั้นชื่อลอยหลังสินธุ์

 

เฟื่องนคร

           พ.ศ. 2512 รงค์ วงษ์สวรรค์ ทำรายเดือนเฟื่องนคร (ย่านหลังกระทรวงมหาดไทย) โดยระดมอาร์ติสต์หลายแขนงเข้ามาร่วมงาน

           ช่วง มูลพินิจ ผู้เห็นมดยิ้มก็ถูกตามตัวมาร่วมงานนี้

           ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ผลิตหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กของตัวเองอย่างมีดีไซน์ (ด้วยตัวเอง) ให้ประพันธ์สาส์นมาก่อนนั้นแล้ว หลังกลับจากซานฟรานซิสโก

           ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ขรรค์ชัย บุนปาน กับ เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ มีความทรงจำแม่นยำที่สุด เพราะร่วมคณะอยู่ในเหตุการณ์จริงและมีส่วนสร้างสรรค์ด้วย

           ที่ผมเล่าเป็นแค่เศษๆ และอาจคลาดเคลื่อนได้