มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2558

 

มหาวิทยาลัย อ่อนแอ

          “ในอีกแง่หนึ่ง ถือเป็นโอกาสดีที่มหาวิทยาลัยที่อยู่นอกเหนือจาก 14 มหาวิทยาลัย จะได้เกิดแรงฮึดในการพิสูจน์ตัวเอง แสดงคุณภาพของตนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม”

          อาจารย์ท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) แห่งหนึ่ง กล่าวอย่างมีสติน่ายกย่องกรณีธนาคารไทยพาณิชย์ ถูกแพร่ข่าวว่ารับสมัครงานเลือกเฉพาะผู้จบจากมหาวิทยาลัย 14 แห่ง โดยไม่มี มรภ. ทำให้อาจารย์และนักศึกษาจำนวนมากไม่พอใจ

          อาจารย์ท่านนี้ยังบอกอีกว่าด้วยความเป็นภาคเอกชนของธนาคารไทยพาณิชย์ ย่อมมีสิทธิกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกคนเข้าทำงาน แต่เรียกร้องแค่ว่าขอให้คนเรียนจบ มรภ. มีโอกาสสมัครงานเท่านั้น [มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2558 หน้า 1]

          นี่เป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรมในกลุ่มมนุษยศาสตร์ ไม่ใช่ปัญหาคณิตศาสตร์, เศรษฐศาสตร์ หรือการเงินการคลังที่ไหนๆทั้งนั้น

          ต้องมีสติแล้วใช้ปัญญาแก้ไขดัดแปลงปรับปรุงตัวเองเป็นเรื่องแรก โดยไม่โทษคนอื่น

 

กลัวกระจกส่อง

          ปัญหาทำนองเดียวกันนี้ เคยมีในอดีตหลายสิบปีมาแล้วในสถาบันอื่น

          ผู้จบปริญญาตรีปีละ 20-30 คน จากคณะในมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง รวมตัวกันร้องเรียนครูบาอาจารย์ผู้บริหารคณะนั้น ว่าหน่วยงานรัฐและเอกชนไม่ยอมรับคุณภาพใบปริญญาตรีจากคณะนี้ จึงไม่รับเข้าทำงาน

          ส่วนที่รับปีละ 2-3 คน มีหน่วยราชการเฉพาะทางแห่งเดียว นอกนั้นต้องใช้วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ขอให้ทางคณะพิจารณาแก้ไข

          ครูบาอาจารย์พากันงงและเงียบ ไม่มีแนวทางแก้ไข เพราะต่างปิดกั้นตัวเองจากสังคมมานาน เลยไม่รู้ว่าโลกภายนอกมีหน้าตาท่าทางอย่างไร?

          นักศึกษาคนหนึ่งเสนอว่าต้องปรับปรุงแก้ไขการเรียนการสอนของเราเองให้ถูกต้องตามหลักสากล เพราะที่ผ่านมาไม่เข้าระบบสากล สังคมทั่วไปภายนอกไม่ยอมรับและไม่รับรู้

          นักศึกษาคนนั้น(นับแต่นั้นจนบัดนี้)ถูกกล่าวหาจากครูบาอาจารย์กลัวกระจกส่องว่าขบถ คิดล้มล้างคณะซึ่งเป็นสถาบันที่ตัวเองเรียน

          แต่แล้วต่อมาก็ต้องปรับปรุงการเรียนการสอนลักษณะเดียวกับที่นักศึกษาคนนั้นเคยเสนอแนะนำ เพราะถูกสังคมบีบคั้นเมื่อนักศึกษาเรียนจบแล้วไม่มีหน่วยงานใดรับเข้าทำงาน

 

อ่อนแอพอๆกัน

          มหาวิทยาลัยในไทยไม่ต่างจากหลายประเทศในโลก(โดยเฉพาะโลกที่สาม) แต่ละแห่งมีเด่นบางวิชา กับด้อยบางวิชาเคล้าคละกันไป

          แต่อาจารย์ผู้สอนมหาวิทยาลัยทั่วไป (ไม่ มรภ.) พยายามหลอกตัวเองและหลอกคนอื่นว่ามีคุณภาพเหนือกว่า มรภ.

          [พฤติกรรมหลอกตัวเองและหลอกคนอื่นอย่างนี้มีทั่วไปในไทย ตั้งแต่การบินพลเรือน, การประมงทำลายทรัพยากรทางทะเล และค้ามนุษย์ ฯลฯ]

          เฉพาะด้านมนุษยศาสตร์ในมหาวิทยาลัย (ไม่ มรภ.) ของรัฐหลายแห่งทั้งในและนอกกรุงเทพฯ ล้วนมีการเรียนการสอนอนุรักษนิยมสุดโต่งระดับเดียวกับ มรภ.

          เพราะตำราเดียวกัน ถูกครอบงำเหมือนกันด้วยค่านิยมหลายประการ (ก่อนมีค่านิยม 12 ประการ)

          ต้องท่องจำ(เป็นเถรวาทไทย) ห้ามถาม ห้ามเถียง ใครคิดต่างต้องสอบตก เพราะครูอาจารย์ใจแคบ

          เช่น ประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย, วรรณคดีไทย, ภาษาไทย, ดนตรีไทย, นาฏศิลป์ไทย, ศิลปวัฒนธรรมไทย, ฯลฯ

          ไม่มีที่ไหนอ่อนด้อยกว่ากัน เพราะต่างมีผู้สอนอ่อนแอด้วยกันทั้งนั้น [เว้นเฉพาะอาจารย์บางคนอาจมีที่เก่งจริง ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ใช่ระบบ]

          นักศึกษาล้วนเป็นเหยื่อความอ่อนแอและไร้ประสิทธิภาพของครูบาอาจารย์พวกนี้