มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2558

 

วัฒนธรรมร่วมอาเซียน (25)

ผ้าผืนเดียว

 

         ผ้าผืนเดียว เตี่ยวพันกาย เป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์อาเซียนมาแต่ดึกดำบรรพ์ และอาจร่วมทั้งโลก

 

ผ้าเตี่ยว

         เตี่ยว หมายถึง ผ้าผืนเล็ก แต่ยาว หรือผ้าแถบยาว แต่เล็กและแคบ ใช้ห่มพันรอบเอวแล้วตวัดลอดหว่างขาไปเหน็บไว้ข้างหลัง เป็นคำพูดเชิงดูถูกว่ายาจกยากจน

         ผู้หญิงโบราณใส่เตี่ยวใช้ซับประจำเดือน

คนนุ่งผ้าปล่อยชายยาวออกไป 2 ข้าง เป็นต้นเค้าผ้าผืนเดียว (แล้วเรียกผ้าขะม้าทุกวันนี้) บนหัวมีขนนกประดับ กำลังมีการละเล่นในพิธีกรรม ราว 2,500 ปีมาแล้ว  [ลายเส้นคัดลอกของกรมศิลปากรจากภาพเขียนสีที่ถ้ำ (เขา) ผาแดง บ้านโป่งหวาย ต. ด่านแม่แฉลบ อ. ศรีสวัสดิ์ จ. กาญจนบุรี]

คนนุ่งผ้าปล่อยชายยาวออกไป 2 ข้าง เป็นต้นเค้าผ้าผืนเดียว (แล้วเรียกผ้าขะม้าทุกวันนี้) บนหัวมีขนนกประดับ กำลังมีการละเล่นในพิธีกรรม ราว 2,500 ปีมาแล้ว
[ลายเส้นคัดลอกของกรมศิลปากรจากภาพเขียนสีที่ถ้ำ (เขา) ผาแดง บ้านโป่งหวาย ต. ด่านแม่แฉลบ อ. ศรีสวัสดิ์ จ. กาญจนบุรี]

ช่างฟ้อนกับแคน นุ่งผ้าปล่อยชายยาว 2 ข้าง เหมือนผ้าขะม้า แล้วประดับขนนกหรือใบไม้ไว้บนหัว ราว 2,500 ปีมาแล้ว แสดงการละเล่นในพิธีกรรม (ลายเส้นคัดลอกจากเครื่องมือสัมฤทธิ์ที่พบในเวียดนาม)

ช่างฟ้อนกับแคน นุ่งผ้าปล่อยชายยาว 2 ข้าง เหมือนผ้าขะม้า แล้วประดับขนนกหรือใบไม้ไว้บนหัว ราว 2,500 ปีมาแล้ว แสดงการละเล่นในพิธีกรรม (ลายเส้นคัดลอกจากเครื่องมือสัมฤทธิ์ที่พบในเวียดนาม)

คนนุ่งผ้าปล่อยชายยาว 2 ข้าง ต้นทางผ้าขะม้า กำลังทำพิธีกรรมเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว (ลายเส้นคัดลอกจากหน้ากลองมโหระทึกพบที่เวียดนาม)

คนนุ่งผ้าปล่อยชายยาว 2 ข้าง ต้นทางผ้าขะม้า กำลังทำพิธีกรรมเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว (ลายเส้นคัดลอกจากหน้ากลองมโหระทึกพบที่เวียดนาม)

บริเวณพรมแดนลาว-เวียดนาม

ม้อยนุ่งเตี่ยว คนพื้นเมืองดั้งเดิม บริเวณพรมแดนลาว-เวียดนาม

ผ้าขะม้า

         ผ้าผืนเดียว มีใช้ทั่วไป แต่เรียกชื่อต่างกันตามท้องถิ่น

         ผ้าขะม้า เป็นชื่อไทย-ลาว เพี่ยนจากคำเขมรเรียก กรอมมา มีรากคำจากเปอร์เซีย (อิหร่าน) ว่า กะมัรฺ บันด์ (Kamar Band)

         [ผ้าขะม้า มีคำอธิบายเก่าว่ากร่อนจากผ้าข่าวม้า เพราะใช้ผ้ามัดเอวห่อหนังสือข่าวสารขี่ม้าไปส่งข่าวอีกฟากหนึ่ง ซึ่งเป็นนิทาน]

         คำ Kamar แปลว่า เอว, Band แปลว่า รัด, คาด ตรงกับ รัดประคด ใช้คาดเอว

         [จากหนังสือ ความสัมพันธ์ของมุสลิม ทางประวัติศาสตร์และวรรณคดีไทย ของ ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2505]

ม้อย กลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมในเวียดนาม นุ่งผ้าปล่อยชายยาว 2 ข้าง เหมือนผ้าขะม้า (ภาพนี้เป็นแถวรับเสด็จรัชกาลที่ 7 เสด็จเวียดนาม เมื่อปี พ.ศ. 2473)

ม้อย กลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมในเวียดนาม นุ่งผ้าปล่อยชายยาว 2 ข้าง เหมือนผ้าขะม้า (ภาพนี้เป็นแถวรับเสด็จรัชกาลที่ 7 เสด็จเวียดนาม เมื่อปี พ.ศ. 2473)

ผ้านุ่ง

         ต่อมาเอาผ้าผืนเดียว เย็บชายติดกันเป็นถุง เรียก ผ้าถุง, ผ้าซิ่น, ผ้าโสร่ง

         ถ้าเป็นผืนยาว เรียก ผ้าหาง ใช้นุ่งโจงกระเบนก็ได้

         เป็นพยานว่าโสร่งมิได้เป็นสมบัติของพวกใดพวกหนึ่ง เช่น พม่า, มอญ, มลายู แต่เป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์

เครื่องแต่งตัวขบวนเสียมกุกนุ่งโสร่ง บนภาพสลักที่ปราสาทนครวัด ราว พ.ศ. 1650 (ก่อนมีสุโขทัย ราว 100 ปี)

เครื่องแต่งตัวขบวนเสียมกุกนุ่งโสร่ง บนภาพสลักที่ปราสาทนครวัด ราว พ.ศ. 1650 (ก่อนมีสุโขทัย ราว 100 ปี)

สยามนุ่งโสร่ง

         โสร่ง มีทั้งเป็นผ้าพื้นเรียบและทั้งลายแบบผ้านุ่งผู้ไท ซึ่งนุ่งให้เชิงผ้าข้างล่างผายนิดๆ เหมือนโสร่งมอญ-พม่า

         แต่สังเกตว่าไม่ได้เพลาะชายผ้าให้เป็นถุง หากเป็นผืน และนุ่งพันแบบมลายู

         รอบเอวมีดอกไม้ห้อยเป็นระย้าลงมาเป็นสายยาวเกือบจรดเข่าเหมือนระย้าประดับเอวระบำฮาวาย มือถือหอกหรือทวน และดั้ง

         สรุปจากจิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายไว้ในหนังสือ ความเป็นมาของคำสยาม, ไทย, ลาว และขอม (มูลนิธิโครงการตำราฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2519 หน้า 130-150)