มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2558

 

วัฒนธรรมร่วมอาเซียน (23)

เครื่องดนตรีไม้ไผ่ และโลหะ

 

          คนอุษาคเนย์ในอาเซียน มีเครื่องประโคมร่วมกันในวัฒนธรรมไม้ไผ่ ไม่น้อยกว่า 5,000 ปีมาแล้ว เป็นเครื่องตีจากกระบอกไม้ไผ่

          หลังจากนั้นราว 3,000 ปีมาแล้ว มีเครื่องประโคมร่วมกันในวัฒนธรรมโลหะ เช่น กลองทอง (หรือมโหระทึก) เริ่มบริเวณมณฑลยูนนานกับมณฑลกวางสีทางตอนใต้ของจีน แล้วแพร่กระจายลงไปถึงหมู่เกาะ

          เครื่องมือโลหะต่อมาภายหลังเรียก ฆ้อง มีหลายขนาด ประโคมตีมีเสียงศักดิ์สิทธิ์ดังกังวาน สื่อสารกับผีหรือเทวดา

culture(23)5-06-58 1

ตีไม้ไผ่

          คนอุษาคเนย์เริ่มทำเครื่องประโคมวัฒนธรรมไม้ไผ่ เพื่อพิธีกรรมสื่อสารวิงวอนร้องขอต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ (คือผีบรรพชน)

          โดยใช้ไม้ไผ่ขนาดต่างๆ ทำเครื่องมือ มีชื่อเรียกสมัยหลังว่า เกราะ, โกร่ง, กรับ

          เป็นต้นแบบของโปง ใช้แขวนตีบอกสัญญาณ แล้วมีพัฒนาการเป็นกลองไม้ กระทั่งปัจจุบัน คือกลองเพล แขวนตามวัด มีทั่วไปทุกหนทุกแห่ง

          กระบอกไม้ไผ่เป็นปล้องๆ ใช้ตีปล้องละหนึ่งเสียง ตัดมาวางเรียงกันหลายปล้อง ได้หลายเสียง ต่อมาภายหลังจะมีพัฒนาการจนเรียก ระนาด

 

เป่าไม้ไผ่

          เครื่องเป่าแรกสุดคือใบไม้ เด็ดใบไม้ใบหนึ่ง คาบใบไม้ด้วยริมฝีปาก แล้วใช้ลมปากเป่าใบไม้ที่คาบไว้นั้นเป็นเสียงสูงต่ำ ทำนองตามต้องการ

          แขนงไม้ไผ่เล็กๆ ทำให้กลวง หรือใช้ไม้ตระกูลไม้ไผ่ เช่น ไม้ซาง เอาด้านหนึ่งใส่ปากอมแล้วเป่า เรียก ปี่จุ่ม ยังมีในล้านนาและชาติพันธุ์ผู้ไทในเวียดนาม

          ถ้าเสียบกับลูกน้ำเต้าแห้งแล้วเป่าได้เสียงเดียว เรียกชื่อภายหลังว่า ปี่น้ำเต้า แต่เสียงเบา บางทีก็เรียก เรไร

          ต่อมาเอาไม้ไผ่, ไม้อ้อ หลายอันเสียบลูกน้ำเต้าแห้งเรียงกัน มีลิ้นทำด้วยโลหะบางเฉียบ เป่าได้หลายเสียง เรียก แคน พบหลักฐานเก่าสุดราว 3,000 ปีมาแล้ว ในยูนนาน (จีน) และเวียดนาม ต่อมาพบกระจายทั่วอุษาคเนย์ทั้งผืนแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะ

          แม้ปัจจุบันจะใช้ไม้จริงทำที่เป่าแทนผลน้ำเต้า มีไม้ซางเสียบเป็นแผง ก็ยังเรียกที่เป่านั้นว่า เต้าแคน สืบนามน้ำเต้าไว้

culture(23)5-06-58 2

ฆ้อง

          ฆ้องที่วางเรียงมีหลายเสียงลดหลั่น เป็นวิธีการเลียนแบบกระบอกไม้ไผ่ที่มีมาก่อน มีร่องรอยเหลือให้เห็นอยู่ในกาเมลันของอินโดนีเซีย

          เมื่อมนุษย์ค้นพบโลหะ แล้วมีเทคโนโลยีก้าวหน้าถลุงและหล่อโลหะได้ ทำให้เกิดคนชั้นนำมีอำนาจและมีบริวารสร้างสรรค์วัฒนธรรมฆ้อง ขณะที่คนชั้นล่างใช้วัฒนธรรมไม้ไผ่ที่มีมาแต่เดิม

          วัฒนธรรมฆ้องเก่าสุดอายุราว 3,000 ปีมาแล้ว พบที่ยูนนาน, กวางสี (ในมณฑลทางใต้ของจีน) และที่ดงเซิน (ในเวียดนาม)

          มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น กลองทอง (ไทย, ลาว), ฆ้องบั้ง (ลาว), กลองกบ (กะเหรี่ยง), ฆ้องกบ, มโหระทึก (ไทย), ฯลฯ

          กลองทอง หรือมโหระทึก มีหูระวิงอยู่ข้างๆ เอาไว้ใช้เชือกร้อยแขวนตีประโคม หูระวิงนี้เป็นต้นแบบให้กลองทัดต่อไปข้างหน้า

          ฆ้องเป็นวัฒนธรรมร่วมเฉพาะภูมิภาคอุษาคเนย์ มีแหล่งกำเนิดบนผืนแผ่นดินใหญ่ แล้วแพร่กระจายลงไปทางหมู่เกาะทะเลใต้ มีใช้ในทุกกลุ่มชาติพันธุ์สืบเนื่องถึงทุกวันนี้

 

ระฆ้อง-ระฆัง

          คำว่าฆ้องมีรากจากภาษาตระกูลชวา-มลายู ว่า gong คู่กับ ระฆัง ใช้ไม้ตีจากข้างนอก เอกสารโบราณใช้คู่กันว่า ระฆ้อง-ระฆัง หรือ รังฆ้อง-รังฆัง ก็มี โลกตะวันตกรับอิทธิพลฆ้อง-ระฆัง จากอุษาคเนย์ แล้วทับศัพท์คำ gong ไปใช้ในภาษาตะวันตกด้วย

          gong ของอุษาคเนย์ ต่างจาก bell ของตะวันตก เพราะ gong ตีจากข้างนอก แต่ bell ตีจากข้างใน (มีลูกกระทบแขวนข้างใน bell)

culture(23)5-06-58 4}