มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2558

 

อะเมซิ่ง แลนด์มาร์ก กรุงเทพฯ

       พ.ศ. 2554 น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯและปริมณฑล เดือดร้อนมาก ทุกคนเห็นความสำคัญของแม่น้ำลำคลองและทุ่งกว้างโล่งแก้มลิง อันเป็นที่พักน้ำและทางของน้ำไหลผ่านลงทะเลหลวง

       คราวนั้นคนจำนวนมากฟูมฟายถึงคุณค่าของแม่น้ำลำคลอง ว่าต้องร่วมกันดูแลรักษาให้สะอาด ขณะเดียวกันต้องจัดระเบียบวางระบบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างสองข้างแม่น้ำลำคลอง ไม่ปล่อยรุกล้ำก้ำเกินบีบทางน้ำไหลให้แคบ

       แต่นานไป ใครๆก็ลืม

       แลนด์มาร์กที่รัฐบาลเผด็จการทหารจะทำใหม่นั่นแหละ จะเป็นปัญหาในอนาคต เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาจะคับแคบอย่างแยบยลจนเป็นอุปสรรคทางน้ำไหลลงอ่าวไทย จึงควรแสวงหาทางเลือกอื่นมาเทียบเคียง

 

  1. บูรณะแก้ไขให้น้ำสะอาดในคูคลองทั่ว กทม. เช่น

       คลองมหานาค, คลองแสนแสบ, คลองสาทร, คลองพระโขนง, คลองสำโรง, คลองบางเขน, ฯลฯ

       ที่สำคัญมากคือคลองบางกอกน้อย-คลองชักพระ-คลองบางกอกใหญ่ เป็นคลองสายประวัติศาสตร์แหล่งกำเนิดกรุงเทพฯ แล้วทำทางเดินเท้ากับทางจักรยานเลียบสองฝั่งที่สอดคล้องกับภูมิทัศน์วัฒนธรรมก็ได้หรือก็ดี

       คลองชุดนี้เชื่อมคลองด่าน-คลองบางขุนเทียน-คลองดาวคะนอง-คลองบางมด-คลองสนามชัย ฯลฯ ล้วนเป็นย่านใหญ่ที่มีการท่องเที่ยวทางน้ำทุกวัน สร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วบรรเทาน้ำท่วมได้ดีด้วย

ตลาดน้ำแรกสุดของกรุงเทพฯและของไทยอยู่คลองสนามชัย (คลองด่าน) บริเวณหน้าวัดไทร เขตจอมทอง กทม. ทุกวันนี้ร้างและนิ่งจนเน่า

ตลาดน้ำแรกสุดของกรุงเทพฯและของไทยอยู่คลองสนามชัย (คลองด่าน) บริเวณหน้าวัดไทร เขตจอมทอง กทม. ทุกวันนี้ร้างและนิ่งจนเน่า

  1. มิวเซียมเรือพระราชพิธีและเรือแพนาวาของไทยและอาเซียน

       โดยให้อยู่มุมใดมุมหนึ่งของปากคลองบางกอกน้อย-บางกอกใหญ่ ที่อยู่ทั้งริมแม่น้ำและริมคลอง

       เรือพระราชพิธี หัวเรือรูปต่างๆ มีพัฒนาการยาวนานมากราว 2,500 ปีมาแล้ว ยุคศาสนาผี แล้วใช้งานสืบเนื่องจนปัจจุบัน หลังรับศาสนาพราหมณ์-พุทธ

       เดิมมีทุกรัฐในอาเซียน แต่ทุกวันนี้มีใช้งานได้ที่ไทยแห่งเดียว

       นี่เป็นอะเมซิ่ง แลนด์มาร์กอย่างแท้จริง ได้ประโยชน์มหาศาล ทั้งคุณค่าเพียบ และมูลค่าเพิ่ม