มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2558

 

แม่น้ำลำคลองในกรุงเทพฯ

          คูคลองกับต้นไม้สองฝั่งร่มรื่นในกรุงเทพฯมีมาก จนได้ชื่อจากชาวยุโรปสมัยก่อนว่า “เวนิสตะวันออก”

แต่ถูกรัฐบาลเผด็จการทหารคณะปฏิวัติยุคสฤษดิ์ถมคูคลอง แล้วโค่นตัดต้นไม้สองฝั่งหายเหี้ยน เป็นถนนแข็งทื่อที่รุ่มร้อนในหน้าร้อน แล้วน้ำท่วมในหน้าฝน มีคนด่าจนทุกวันนี้

 

แลนด์มาร์ก กทม.

          บัดนี้ รัฐบาลคณะรัฐประหารยุคประยุทธ์มีนโยบายรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ทำถนนหนทางเลียบฝั่งเป็นแลนด์มาร์กหลักหมายกรุงเทพฯ

          ถึงไม่ถมก็เกือบถมแม่น้ำ ที่แน่ๆคือเบียดเบียนเจ้าพระยา

          ประภัสสร์ ชูวิเชียร (อาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) บอกว่าเป็นการรุกล้ำที่ชายน้ำที่เคยเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมดั้งเดิมของเจ้าพระยาอย่างรุนแรง

          เพราะโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ซ้อนทับลงไปบนตลิ่ง และยื่นออกไปฝั่งละไม่น้อยกว่า 10 เมตร จะทำให้ชุมชนและวัฒนธรรมที่เคยผูกพันโดยตรงนั้นตัดขาดออกจากตัวแม่น้ำทันที (สยามรัฐ ฉบับวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2558 หน้า 10)

          ผู้บริหาร กทม. แถลงว่าได้ดำเนินการศึกษารายละเอียด พร้อมทั้งจัดทำแนวคิดและออกแบบเบื้องต้นพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฟสแรกช่วงสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มีโครงสร้างคอนกรีตสองฝั่งยื่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา

          “โครงการนี้จะสร้างสัญลักษณ์หรือแลนด์มาร์กใหม่ให้แก่ประเทศไทย และคนกรุงเทพฯใช้ประโยชน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างคุ้มค่าและทั่วถึง ที่สำคัญเป็นการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศให้เกิดทัศนียภาพสวยงามเหมือนต่างประเทศ” ผู้บริหาร กทม. กล่าวสรุป

          ถ้าจะมีประโยชน์บ้าง ก็ตกอยู่กับคน กทม. กลุ่มเดียว โดยไม่เกี่ยวกับคนไทยทั้งประเทศ

          “ทัศนียภาพสวยงามเหมือนต่างประเทศ” ไม่รู้ประเทศไหน? ความสวยงามตามรสนิยมของใคร? ใครตัดสินว่าสวยงาม? ฯลฯ

 

จะทำก็ทำไป แต่ไม่เอาด้วย

          “นโยบายการพัฒนาริมน้ำเพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้นั้น เป็นแนวคิดที่น่าชื่นชมและสนับสนุนอย่างยิ่ง” แต่พัฒนาริมน้ำด้วยกระบวนการ ไม่ใช่การก่อสร้าง

          อภิวัฒน์ รัตนวราหะ (ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง จุฬาฯ) บอกไว้ในบทความเรื่องพัฒนาริมน้ำด้วยกระบวนการ ไม่ใช่การก่อสร้าง (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2558 หน้า 21) แล้วบอกตอนท้ายว่า

          “ถึงแม้จะเริ่มสร้างได้ ก็อาจกลายเป็นคอนกรีตที่รอทุบทิ้งแบบเสาโฮปเวลล์”

          เบ็ดเสร็จเผด็จการต้องไม่ฟังใคร แล้วไม่ใส่ใจประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม เพราะในหัวใจมีแต่ประวัติศาสตร์สงคราม

          แม่น้ำลำคลองที่มีใน กทม. ต้องพัฒนาปรับปรุงบำรุงรักษาอีกมากนัก โดยไม่ใช่วิธีเดียวตามที่รัฐบาลเผด็จการจะทำ

          แต่จะทำก็ทำไป อะไรก็ได้ ตามใจแป๊ะ และเละเทะเลอะเทอะ document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);