มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2558

 

ความสะอาด อย่างไม่สะอาด

          บ้านเรือนกับบ้านเมือง ถ้าร่วมกันดูแลให้สะอาดสะอ้านสวยงามร่มเย็นเป็นสุขสนุกสนานตลอดเวลาเพื่อตัวเอง ซึ่งต่างมีส่วนเป็นเจ้าของ

          บรรดาเพื่อนบ้านและนักท่องเที่ยวนานาชาติ จะแห่กันมาขอเปิดบ้านเปิดเมืองดูสิ่งดีๆมีสุขสนุกสนานสวยงามนั้นๆเอง

          แต่ไทยมีปัญหาความสะอาดตามมาตรฐานสากล เพราะทนต่อความไม่สะอาดได้ดีเยี่ยม

          สังคมไทยหน้าใหญ่และหน้าบาง เป็นที่กล่าวขวัญรู้กันมานานแล้ว

          ดังนั้น รักษาความสะอาดเพื่อสุขอนามัยตัวเองจะไม่อยากทำ แต่ถ้ายกยอปอปั้นให้ทำเพื่ออวดนักท่องเที่ยวต่างชาติจะแย่งกันทำ

          ยิ่งเพื่อฝรั่ง ยิ่งทำ ยิ่งมีรายได้ ยิ่งทำมาก (บางวัดทำส้วมทองคำ)

 

วัฒนธรรมความสะอาด

          ความสะอาดเป็นเรื่องสาธารณสุขอนามัย แต่การรักษาความสะอาดเป็น culture เป็นวัฒนธรรม

          ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลไทย มีศรัทธาว่าวัฒนธรรมคือแต่งชุดประจำชาติเป็นสำคัญ ความสะอาดไม่สำคัญ นายกฯเลยต้องกำชับให้ดูแลห้องน้ำเพื่อนักท่องเที่ยว (มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2558 หน้า 11)

          ขอให้สังเกตด้วยว่าไม่ใช่เพื่อสุขอนามัยของชุมชนคนไทย

          “เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า

          นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวร่วมกันในทุกๆ ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวก และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเมืองไทย

          ทั้งในเรื่องของผู้นำเที่ยวหรือไกด์ที่มีไม่เพียงพอ การดูแลนักท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากไทย โดยไทยต้องปรับตัวเองเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้ ไม่ใช่ไปปรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

          รวมถึงการดูแลระบบห้องน้ำตามสถานที่ท่องเที่ยว สถานีขนส่ง สถานีโดยสารต่างๆ ให้เพียงพอ

          ในข่าวไม่มีบอกว่านายกฯให้รักษาความสะอาดด้วย แต่อนุโลม

 

บ้านนอกในกรุงเทพฯ

          กรุงเทพฯ สมัย ร.5 ยังเต็มไปด้วยชุมชนคนในวัฒนธรรมบ้านนอก ที่มีวิธีคิดความสะอาดอย่างบ้านนอกๆ ลูกทุ่งๆ แต่เริ่มมีการจัดการความสะอาดแบบตะวันตก

          ผมรู้เรื่องนี้ ไม่เป็นเพราะค้นพบเอง แต่มีผู้ส่งสำเนาบทความดีๆมาให้อ่าน ว่าการจัดการความสะอาดของไทยไม่เพื่อสาธารณะ แต่เพื่อประโยชน์ของคนชั้นนำ ด้วยเหตุสำคัญ 2 อย่าง

          1. มีขึ้นเพราะแรงผลักดันของประเทศตะวันตก ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าและการเมือง แล้วมีคนของตนเข้ามาตั้งหลักแหล่ง

          2. ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นไปเพื่ออำนาจควบคุมอย่างอิสระต่อการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ

          [รายละเอียดเหล่านี้มีในงานวิจัยเรื่อง ความหมายของ “สาธารณะ” ในประวัติศาสตร์เมืองกรุงเทพ : ของกรมสุขาภิบาล โดย ดร. นิภาพร รัชตพัฒนากุล ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิมพ์ในวารสารสมาคมประวัติศาสตร์ฯ ฉบับที่ 36 พ.ศ. 2557 หน้า 162-193]

          วัฒนธรรมความสะอาดของไทยในชุมชนเมืองแบบตะวันตก จึงไม่สะอาดนับแต่นั้นมา