มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2558

 

เจ๊กปนลาวในไทย

            เจ๊กปนลาวในไทย ไม่พอใจพฤติกรรมหลายอย่างที่น่ารังเกียจของนักท่องเที่ยวจีน

            ขณะเดียวกัน สังคมญี่ปุ่นก็ไม่พอใจพฤติกรรมหลายอย่างที่น่ารังเกียจของนักท่องเที่ยวเจ๊กปนลาวจากไทย

            เจ๊กปนลาว มีพัฒนาการความเป็นมาเก่าแก่ตั้งแต่ยุคก่อนอยุธยา แต่มีมากสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อมีการอพยพมาไทยมากขึ้นของคนจีน ที่ไทยเรียกเจ๊ก

            [แขกกับเจ๊ก เป็นคำเดียวกัน มีความหมายอย่างเดียวกัน]

 

จีนในไทย

            บรรพชนจีนในไทยยุคแรกๆสมัยต้นรัตนโกสินทร์ คุณภาพดีก็มี และขาดคุณภาพก็ไม่น้อย

            นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกไว้ในหนังสือปากไก่และใบเรือ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2527) ดังนี้

            “ประชากรจีนในประเทศไทยเป็นประชากรที่มีคุณภาพในแง่หนึ่ง —–

            แต่ในอีกแง่หนึ่ง ก็เป็นประชากรที่ขาดคุณภาพ กล่าวคือ เป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จในทางสังคมหรือเศรษฐกิจในประเทศจีน ไม่เป็นคนมั่งมีพอที่จะโอนทุนจากประเทศจีนมาเริ่มกิจการในประเทศไทย มีแต่แรงงานเท่านั้นที่ถูกขนย้ายมาสู่ประเทศไทย —–

            มิใช่คนที่ประสบความสำเร็จทางการศึกษา จนสามารถสอบผ่านการสอบระดับต่างๆของจีน จึงไม่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมอันดีเลิศของจีนเลย หากเป็นคนจีนที่ขาดการศึกษา และเขลาต่อศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงของจีนเอง

            การอพยพเข้ามาของคนเหล่านี้ จึงไม่ส่งผลหรือมีอิทธิพลในด้านวัฒนธรรมชั้นสูงของจีนแก่ไทย

            ยิ่งกว่านี้ เพราะขาดความผูกพันกับสังคมไทย อย่างน้อยก็ในชั่วอายุคนแรก ต้องการแต่จะแสวงหากำไรทางวัตถุศฤงคาร จึงพร้อมจะประกอบกิจการใดๆ ก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงคุณค่าต่อสังคม เหมือนคนที่ถูกถอนรากถอนโคนจากประชาคมของตนเองทั่วไป”

 

คนไทยกับการค้า

            คนและรัฐในไทย มีพัฒนาการเติบโตเกี่ยวข้องการค้าอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ

            (1.) อยู่บนเส้นทางการค้าโลกระหว่างจีนกับอินเดีย (2.) เคลื่อนย้ายไปๆมาๆ กับโยกย้ายผู้คนเผ่าพันธุ์ต่างๆ และทรัพยากรจากดินแดนลุ่มน้ำโขง ลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา

            แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยไม่ให้ความสำคัญ จนไม่พูดถึง 2 เรื่องนี้

            กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และสถาบันที่มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์โบราณคดี มีแต่ผู้เชี่ยวชาญอินเดีย แต่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญจีน

            ไทย-จีน ลงนามความร่วมมือจัดทำแผนปฏิบัติการทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2558-2560 โดยมีข้อตกลงร่วมกันหลายเรื่องหลายกิจกรรม แต่ที่สำคัญๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ร้องรำทำเพลง (ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 7 เมษายน 2558 หน้า 15)

            ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกันมาก และจำเป็นมากต้องศึกษาเอกสารจีนโบราณ

            คนไทยถูกปิดกั้นจากคนชั้นสูงมิให้ทำการค้ามานานนับพันๆปี มีอยู่ในประวัติศาสตร์

            แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (กำหนดโดยคนมีอำนาจยุคโน้น) ไม่พูดถึงข้อด้อย เลยไม่รู้จักและไม่เข้าใจตัวเอง

            หอการค้าไทย บอกว่าภาครัฐและภาคเอกชนของไทยจำเป็นอย่างยิ่งต้องร่วมกันสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อขับเคลื่อนไทยไปสู่การเป็นผู้นำ แล้วพัฒนาไปสู่การเป็นชาติแห่งการค้าในอาเซียน และพัฒนาธุรกิจบริการของไทยไปสู่ระดับโลก ถ้ายังไม่ทำวันนี้ ในอนาคตไทยจะแข่งขันไม่ได้ (ไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ 1 เมษายน 2558 หน้า 9)

            หอการค้าไทยคงเหนื่อยไม่น้อย หรืออาจเหนื่อยเปล่าที่หมายจะให้ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนขับเคลื่อนให้ไทยเป็นชาติแห่งการค้าอาเซียนd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);