มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2558

 

ไทยทอดทิ้งนครปฐม

 nakornpathom20-05-58 1

          พบชิ้นส่วนโกลนพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สมัยทวารวดี อายุเก่ากว่าพันปีมาแล้ว ถูกทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ในวัดธรรมศาลา ริมถนนเพชรเกษม ต. ธรรมศาลา อ. เมือง จ. นครปฐม

          มติชนมีรายงานข่าว (ฉบับวันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 หน้า 11) จะคัดมาโดยย่อๆว่าขุดพบโดยบังเอิญตั้งแต่ราว พ.ศ. 2510 ในสภาพแตกหักเป็นส่วนๆ (อาทิ พระเศียร และพระวรกายซึ่งมีขนาดใหญ่มาก) ขณะก่อสร้างพระอุโบสถ

          เฉพาะพระเศียรสูงถึง 1.20 เมตร พระวรกายกว้างเกือบ 2 เมตร ความสูงจากพระอุระถึงพระอังสา (บ่า) สูง 1.50 เมตร

          หากเป็นพระพุทธรูปประทับยืน น่าจะสูงถึง 6 เมตร แต่ถ้าประทับนั่ง สูง 4 เมตร คาดว่าน่าจะใหญ่ที่สุดเท่าที่พบในไทย

          พระครูปลัดสุชิน ธัมเมสโก เจ้าอาวาสวัดธรรมศาลา กล่าวว่าหลายปีก่อนเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรเคยเดินทางมาตรวจสอบ และแจ้งว่าได้ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุแล้ว แต่ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องบูรณะ

 

ไทยทอดทิ้งนครปฐม

          โกลนพระพุทธรูปแบบทวารวดีขนาดมหึมา พบตั้งแต่ พ.ศ. 2510 (ตามข่าว) กรมศิลปากรรับรู้ แล้วขึ้นทะเบียน (ตามที่เจ้าอาวาสบอก)

          นานราว 48 ปี กระทั่งปีนี้ พ.ศ. 2558 ยังกองอยู่ในวัดธรรมศาลาเหมือนเดิม (แต่อาจเคลื่อนย้ายจากกลางลานวัดเข้าไปหลบใต้ต้นไม้)

          เป็นพยานอีกอย่างหนึ่ง (ในจำนวนหลายๆอย่าง) ว่าเมืองนครปฐม ยุคทวารวดี ถูกทอดทิ้งจากไทย ทั้งจากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านนี้ ด้วยเหตุต่างๆนานา

          ทั้งๆประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย (จริงหรือไม่จริงยังไม่ว่ากันตอนนี้) อ้างนักหนาว่านครปฐมเป็นสุวรรณภูมิบ้าง เป็นทวารวดีบ้าง, มีสถูปเจดีย์แห่งแรกบ้าง, ฯลฯ

          แล้วไง? ไม่ทำอะไรเลยกี่สิบปีมาแล้ว?

 

ต้องเก็บรักษา อย่าซ่อม

          เศษซากชิ้นส่วนพบในวัดธรรมศาลา เป็นโกลนพระพุทธรูปแบบทวารวดี ที่ยังแกะสลักไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ไม่ควรบูรณะต่อให้สมบูรณ์ ต้องเก็บเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์สำคัญของยุคนี้ เพราะนักวิชาการบอกว่าพบไม่มากในไทย

          จะเก็บอย่างไร? ต้องร่วมกันพิจารณาหลายฝ่าย เช่น

          ควรทำศาลาโถงอย่างง่ายๆในวัด เป็นโรงเก็บรักษาชั่วคราว เอาซากเศษศิลาโกลนพระพุทธรูปวางรวมไว้ด้วยกัน พอคุ้มแดดคุ้มฝนไม่ให้กัดกร่อนสึกหรอต่อไป

          แล้วมีนิทรรศการเล็กๆบอกความเป็นมาอย่างสั้นๆ ย่อๆ ง่ายๆ พอได้ใจความสำคัญ มีผังเมืองนครปฐม ยุคทวารวดี พร้อมเอกสารแผ่นพับแจกจ่ายผู้สนใจ แล้วทำสื่อสาธารณะไว้สื่อสารในวงกว้างด้วย

          จัดชุมนุมช่างสลักหินและประติมากรทั้งหลาย ตลอดจนนักประวัติศาสตร์โบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ศิลปะ จากทุกสถาบันทั้งในไทยและนานาชาติ (หากเป็นไปได้) มาเสวนาร่วมกันเพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ซากเศษศิลาที่เหลือว่าคืออะไร? ควรเก็บรักษาอย่างไรต่อไป?

          ไทยคงไม่ทำ เพราะทิ้งนานมากแล้ว จังหวัดต้องจัดการตนเอง