มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2558

 

นครปฐม จัดการตนเองเรื่องมิวเซียม?

          ประโยชน์ของข้าราชการ ต้องมาก่อนประโยชน์ของประชาชน เมื่อข้าราชการเป็นใหญ่ในแผ่นดินเหนือประชาชน

          เป็นเหตุผลแท้จริงของผู้บริหารกรมศิลปากร กรณีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) พระปฐมเจดีย์ ที่นครปฐม โดยผู้ใกล้ชิดเบื้องหน้าเบื้องหลังเหตุการณ์บอกอย่างนั้น

          ส่วนข้ออ้างหลายอย่างที่พ่วงเข้ามาสารพัดสารพัน ล้วนเสกสรรปั้นแต่งตามแต่จะคิดได้เฉพาะหน้าให้ดูดีมีหลักการ จึงดูกำกวมอึมครึมคลุมเครือ เพื่อหาทางลงชั่วคราวอย่างฉุกละหุก

 

ท้องถิ่นจัดการตนเอง

          ทางออกดีที่สุดของเรื่องมิวเซียม คือ ท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยบริหารจัดการมิวเซียมของท้องถิ่นเอง

          ผู้มีประสบการณ์ตรงเคยบอกนานแล้ว ว่าญี่ปุ่นสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางสังคมได้สำเร็จด้วยมิวเซียม ซึ่งบริหารจัดการโดยคนท้องถิ่น มีกระจายทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ

 

วิกฤตเป็นโอกาส

          ถ้าผู้บริหารกรมศิลปากรต้องการพัฒนาปรับปรุง พช. จริงๆ (ตามที่ชอบอ้างบ่อยๆ) ควรใช้วิกฤตเป็นโอกาสสร้างสรรค์ให้ พช. ก้าวหน้าสู่ความเป็นสมัยใหม่อย่างแท้จริงในหลายๆด้าน หรือทุกๆด้าน

          [ซึ่งเคยทักท้วงถกเถียงกันมานานหลายปีดีดักแล้ว จะไม่ลงรายละเอียดตรงนี้ตอนนี้]

          เริ่มด้วยยอมรับความจริงตามที่มีเหตุการณ์เคลื่อนไหวของชาวนครปฐมเป็นประจักษ์พยานว่าผิดพลาดในการบริหารจัดการ พช. ต่อเนื่องมาตั้งแต่หลัง พ.ศ. 2510 ที่มีการปรับปรุงครั้งใหญ่สุด

          แล้วต้องเปลี่ยนเป็นยึดประโยชน์ของประชาชนไปพร้อมกันกับประโยชน์ของข้าราชการ

 

ประโยชน์ของประชาชน

          ประโยชน์ของประชาชนด้าน พช. คือ ต้องจัดแสดงประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม และเศรษฐกิจการเมือง ที่คนทั่วไปดูรู้เรื่องและเข้าใจง่ายๆ

          และให้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์ (ไม่เป็นห้องเก็บของเก่าของปู่โสมเฝ้าทรัพย์ตามที่ทำกันมา)

          พช. ตั้งอยู่ท้องถิ่นไหนก็ให้จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของท้องถิ่นนั้น เช่น

          พช. พระปฐมเจดีย์ (ต่อไปควรเป็นชื่อ พช. นครปฐม) จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่อดีตหลายพันปีมาแล้วจนถึงปัจจุบันของ จ. นครปฐม

          ซึ่งมีเรื่องราวตื่นเต้นสนุกสนานมากมายนัก ไม่ได้มีแค่ศิลปะทวารวดี แต่มีเรื่อง“หมูทำอะไรก็อร่อย” จนถึงเลี้ยงหมูและกลิ่นขี้หมู

          แล้วต้องมีกิจกรรมสม่ำเสมอ เพื่อชักจูงคนทั่วไปเข้าชม แล้วเข้าร่วมกิจกรรมนั้นๆ

          จากนั้นหาลู่ทางขยับขยายออกจากวัดไปตั้งที่อื่น แต่อยู่ในเขตเมือง

 

ความเป็นสมัยใหม่

          สิ่งต้องทำแรกสุดเพื่อเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ คือ หยุดโทษคนอื่น (เช่น ชอบกล่าวโทษคนไทยไม่เข้าชม พช.)

          เพื่อพัฒนาปรับปรุงวิธีคิดและวิธีทำของผู้บริหารทุกระดับของกรมศิลปากร โดยเฉพาะ พช. ให้หลุดจากกรอบประวัติศาสตร์ศิลปะแบบอาณานิคม สู่ความเป็นสมัยใหม่ทางการบริหารจัดการมิวเซียมแบบสากล

          จะทำอย่างนั้นได้ต้องหยุดโทษคนอื่น แล้วพิจารณาตนเองด้วยการสดับตรับฟังความคิดความเห็นต่างอย่างสงบเสงี่ยม} else {