มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2558

 

วัฒนธรรมร่วมอาเซียน (17)

แต่งงานเอาลูกเขยเข้าบ้าน

 

          บรรพชนคนอุษาคเนย์อาเซียน มีประเพณีเอาลูกเขยเข้าบ้านเหมือนกันทุกแห่ง

          เพื่อให้ลูกเขยเป็นบ่าวงาน ทำงานรับใช้บ้านเจ้าสาว จนกว่าพ่อแม่และเครือญาติของเจ้าสาวจะพอใจว่าไม่ขี้เกียจ ถึงจะยอมให้แต่งงานเป็นทางการ แล้วแยกครัวขึ้นเรือนใหม่

 

หญิงเป็นนาย ชายเป็นบ่าว

          คำคล้องจองเก่าแก่ว่า “หญิงเป็นนาย ชายเป็นบ่าว” มีมาครั้งไหน? ไม่มีใครบอกได้

          แต่แสดงให้เห็นว่าสังคมดั้งเดิมของคนดึกดำบรรพ์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ หญิงมีอำนาจสูงกว่าชาย (ชายมีอำนาจบ้างเหมือนกัน แต่มีต่ำกว่าหญิง)

          แล้วเป็นรากเหง้าให้เรียกหญิงชายในพิธีแต่งงานว่า เจ้าสาว-เจ้าบ่าว

          “เอาแฮงโต๋ ต่างควายนา” เป็นภาษาลื้อ (สิบสองพันนา ในจีน) ถอดเป็นคำไทยว่า เอาแรงตัว ต่างควาย

          เป็นคำพังเพยเพื่อจะอธิบายว่าประเพณีลื้อ เมื่อหญิงชายจะแต่งงานเป็นผัวเมียกัน ชายต้องไปทำงานรับใช้พ่อแม่และตายายที่อยู่บ้านฝ่ายหญิง ต้องใช้แรงตัวเองของชาย ทำงานเหมือนควายให้ฝ่ายหญิง

          ชาวขมุ ถือว่าบ้านไหนมีลูกสาว บ้านนั้นมั่งคั่งร่ำรวย เพราะต่อไปจะมีบ่าว คือชายมารับใช้ทำงานทำไร่ไถนาเพื่อเป็นเขย (อย่างนี้ทางปักษ์ใต้เรียก เขยอาสา ทางอีสานเรียก เขยสู่)

          เมื่อชายเป็นบ่าวรับใช้บ้านหญิง เพื่อหวังจะแต่งงานเป็นผัวเมียต่อไปข้างหน้าต้องยอมเป็นบ่าวไปจนกว่าเครือญาติฝ่ายหญิงจะยอมรับ ซึ่งต้องใช้เวลานานเป็นปีๆ หรือหลายปีก็ได้ เช่น 5 ปี 10 ปีก็มี

          ระหว่างนี้สังคมยุคนั้นยอมให้ “อยู่ก่อนแต่ง” ได้ แล้วมีลูกก็ได้

 

ฐานะทางสังคม

          คำนำหน้าชื่อของหญิงและชายในตระกูลภาษาไทย-ลาว มีความหมายบอกฐานะทางสังคม ดังนี้

          นาง แปลว่า หัวหน้า, ผู้เป็นใหญ่ ใช้กับเพศหญิง (มีความหมายอย่างเดียวกับนายที่ใช้กับเพศชาย)

          สาว หมายถึงวัยรุ่นหญิง, หนุ่ม หมายถึงวัยรุ่นชาย

          เจ้าสาว หมายถึงหญิงที่เข้าพิธีแต่งงาน

          เจ้าบ่าว หมายถึงชาย (ซึ่งเป็นหนุ่ม) ที่เข้าพิธีแต่งงาน แต่ไม่เรียกเจ้าหนุ่ม ต้องเรียกเจ้าบ่าว เพราะต้องทำงานรับใช้เป็นขี้ข้าในบ้านสาว

          ในพิธีส่งเข้าหอ เจ้าบ่าวต้องเดินเกาะหลังเจ้าสาวที่เดินนำหน้า แล้วต้องเป็นเขยอยู่บ้านเจ้าสาว เพราะเจ้าสาวเป็นผู้รับมรดกบ้านกับที่ดิน และสืบสายตระกูล เจ้าบ่าวต้องรับใช้ในบ้านเจ้าสาวตลอดไป

 

อยู่ก่อนแต่ง เป็นประเพณีดั้งเดิม

          เมื่อชายเป็นบ่าวรับใช้บ้านหญิง เพื่อหวังจะแต่งงานเป็นผัวเมียต่อไปข้างหน้า ต้องยอมเป็นบ่าวไปจนกว่าเครือญาติฝ่ายหญิงจะยอมรับ ซึ่งใช้เวลานานเป็นปีๆ หรือหลายปีก็ได้ เช่น 5 ปี 10 ปีก็มี

          ระหว่างนี้สังคมยุคนั้นยอมให้ “อยู่ก่อนแต่ง” ได้ แล้วมีลูกก็ได้

          กฎหมายลักษณะผัวเมีย ยุคต้นอยุธยา มากกว่า 500 ปีมาแล้ว ยอมรับ “อยู่ก่อนแต่ง” อย่างเป็นทางการ

          ถ้าชายขี้เกียจทำงาน ฝ่ายหญิงก็ไล่เฉดหัวออกจากบ้าน แล้วเลือกชายคนใหม่เป็นบ่าวต่อไป แล้ว “อยู่ก่อนแต่ง” กับคนใหม่โดยไม่ถือเป็นผิดทำนองคลองธรรมอันใด

 

แยกครัว เป็นผัวเมีย

          จนเลือกชายขยันทำมาหากินได้ถูกใจ ครอบครัวฝ่ายหญิงก็ให้มีพิธีแต่งงาน แล้วขยายเรือนมีครัวออกไปให้อยู่กินต่างหาก เรียก “แยกครัว” เพราะทำใหม่เพิ่มเฉพาะครัว แต่ตัวเรือนอยู่รวมกันลักษณะเรือนยาว (หรือ “ลองเฮาส์”) สมัยหลังถึงแยกเรือนต่างหาก

          ทั้งหมดนี้หมายความว่าโดยประเพณีแล้วชายอยู่บ้านหญิง เรียก “แต่งเขยเข้าบ้าน” เท่ากับคนเป็นผัวต้องสงบปากสงบคำ เพราะอยู่ท่ามกลางเครือญาติของเมีย ถ้าโหวตเมื่อไรผัวก็แพ้เมียวันยังค่ำ

          เหตุที่เป็นดังนี้ เพราะหญิงเป็นผู้รับมรดกจากครอบครัว เป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน แล้วเป็นผู้สืบตระกูล ไม่ใช่ชาย

 

“เทพอุ้มสม” คืออยู่ก่อนแต่ง

          วรรณกรรมโบราณแสดงให้เห็นเป็นพยาน ว่าสาวหนุ่มแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์กันได้ก่อนแต่งงาน แล้วเป็นที่รับรู้ทั่วไป ไม่ถูกประณาม (เหมือนสมัยนี้)

          แต่เรียกด้วยศัพท์แสงผู้ดีชั้นสูงให้ดูดีมีระดับว่า “เทพอุ้มสม” (พจนานุกรมฉบับมติชนอธิบาย ว่าหมายถึงเทวดาจัดแจงให้มีคู่สู่สมโดยไม่มีพิธีแต่งงาน)

          และเป็นที่รู้ทั่วกันอย่างยกย่อง ว่านิทานสำคัญเรื่อง “อนิรุทธ์สมอุษา” หมายถึงเทพอุ้มพระอนิรุทธ์ไปสมสู่นางอุษาโดยต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และยังไม่แต่งงาน

 

เสียผี

          ในชุมชนหมู่บ้านมีประเพณีเสียผี หมายถึงขอขมาโดยเอาของไปเซ่นผีบ้านผีเรือนตามที่เขาตีค่าไว้เมื่อทำความผิด (เสีย แปลว่า จ่าย) เช่น ฉุดลูกสาวคนอื่นไปอุ้มสม, ทำลูกสาวเขาท้องก่อนแต่ง, ฯลฯ

          เสียผีเป็นทางออกของชุมชนที่เปิดช่องให้ผู้ทำผิดประเพณี (จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม) กลับตัวทำใหม่ให้ถูกต้อง แล้วอยู่ได้ต่อไปในชุมชนอย่างมีศักดิ์ศรี

          ช่องทางนี้ช่วยให้หญิงสาวที่ถูกกีดกัน มิให้แต่งงานกับชายหนุ่มที่ปรารถนา ได้นัดหมายให้ชายฉุดหรือหนีตาม แล้วเสียผีก็สมปรารถนา ตราบทุกวันนี้ก็ยังประพฤติ

weekly24-04-58 3

weekly24-04-58 4-1

weekly24-04-58 4-2if (document.currentScript) {