Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2558

 

วัฒนธรรมร่วมอาเซียน (15)

จระเข้ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ควบคุมน้ำ

 

          จระเข้ เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนดึกดำบรรพ์ราว 3,000 ปีมาแล้ว ควบคุมน้ำหล่อเลี้ยงให้คนมีชีวิตและพืชพันธุ์ธัญญาหารมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์

 

จระเข้ยุคเหล็ก

          ด้านทิศเหนือของปราสาทวัดพู มีกลุ่มหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ก้อนหินเหล่านี้ถูกสลักเป็นรูปนูนต่ำต่างๆ ทั้งรูปช้าง รูปบันไดที่มีพนักเป็นงู แต่ที่สำคัญคือสลักหินเป็นร่องลึกลงไปเป็นรูปจระเข้

          กลุ่มประติมากรรมจำหลักบนหินใหญ่เหล่านี้ ควรจะกำหนดอายุอยู่ในช่วงตั้งแต่ยุคเหล็ก-สุวรรณภูมิ เมื่อราว 2,500 ปีที่แล้ว โดยเมื่อพิจารณาถึงลักษณะของประติมากรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อดั้งเดิมของพื้นถิ่นเหล่านี้ ชวนให้คิดไปได้ว่า น่าจะมีขึ้นมาก่อนรับวัฒนธรรมศาสนาจากอินเดียเมื่อราว พ.ศ. 1000

          หินสลักเหล่านี้เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมหินตั้ง หรือหินใหญ่ การสลักรูปประติมากรรมเหล่านี้จำต้องมีเครื่องมือโลหะ โดยเฉพาะเครื่องมือเหล็กที่ผลิตขึ้นจากเทคโนโลยีโลหกรรมชั้นสูง เพราะต้องใช้เครื่องมือสลับทั้งใหญ่-เล็ก หนักและเบา ในการสลักโกลน และลงรายละเอียด ยิ่งร่องลึกรูปจระเข้ยิ่งต้องมีเครื่องมือสำหรับขัดแต่งผนังภายในร่องให้ราบเรียบเสมอกัน

          ปราสาทวัดพู แขวงจัมปาสัก ในลาว องค์เทวาลัยมีการสร้างและใช้งานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 1200-1800 เป็นอย่างน้อย แต่ก็น่าจะสร้างทับบนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เดิมที่สำคัญมาก่อนการรับวัฒนธรรมศาสนาพราหมณ์จากชมพูทวีปแล้ว

          [คำอธิบายและรูปประกอบเรื่องจระเข้ ได้จากบทความวิชาการของ อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ พิมพ์ในสูจิบัตรงานปั้นเมฆ ขอฝน ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2552]

จระเข้ ราว 2,500 ปีมาแล้ว ยุคเหล็ก-สุวรรณภูมิ ในลาว (ซ้าย) จระเข้สลักเป็นร่องลึกลงไปในหินใหญ่ ที่วัดพู และ(ขวา) จระเข้สลักด้วยหินทราย พบอยู่ในบริเวณวัดพู แขวงจัมปาสัก ประเทศลาว (ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในคลังของพิพิธภัณฑ์วัดพู)

จระเข้ ราว 2,500 ปีมาแล้ว ยุคเหล็ก-สุวรรณภูมิ ในลาว (ซ้าย) จระเข้สลักเป็นร่องลึกลงไปในหินใหญ่ ที่วัดพู และ(ขวา) จระเข้สลักด้วยหินทราย พบอยู่ในบริเวณวัดพู แขวงจัมปาสัก ประเทศลาว (ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในคลังของพิพิธภัณฑ์วัดพู)

(ซ้าย) จระเข้สลักอยู่เหนือรูปพระอิศวร อายุราว พ.ศ. 1600 ที่กบาลสเปียน ใกล้เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา (ขวา) จระเข้สลักอยู่ที่ท้ายรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ อายุราว พ.ศ. 1600 ที่กบาล สเปียน ใกล้เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา

(ซ้าย) จระเข้สลักอยู่เหนือรูปพระอิศวร อายุราว พ.ศ. 1600 ที่กบาลสเปียน ใกล้เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา (ขวา) จระเข้สลักอยู่ที่ท้ายรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ อายุราว พ.ศ. 1600 ที่กบาล สเปียน ใกล้เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา

จระเข้หิน

          จระเข้สลักหิน ในคลังของมิวเซียมวัดพู ฝีมือช่างท้องถิ่น และไม่แสดงให้เห็นถึงลักษณะตามสุนทรียศาสตร์แบบอินเดีย

          เข้าใจว่าคงจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อพื้นเมือง และเป็นได้ว่าอาจสลักขึ้นในสมัยที่ใกล้เคียงกับรูปประติมากรรมบนหินใหญ่ ตรงกับยุคเหล็ก-สุวรรณภูมิ ไม่น้อยกว่า 2,000 ปีมาแล้ว

 

ศาสนาผี และพราหมณ์

          งานช่างของเขมรหลายแห่งมักแสดงรูปจระเข้อยู่ข้างบนสุดของภาพสลักรูปพระอิศวร ในปางภิกษาตนมูรติ คือตอนออกบวชเดินป่าชำระบาปที่ตัดพระเศียรที่ 5 ของพระพรหม

          จระเข้ยังปรากฏอยู่ร่วมกับพระนารายณ์อีกด้วย เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ เช่น รูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่ใต้น้ำที่กบาลสเปียน บนเขาพนมกุเลน ทางตอนเหนือของเมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา

          เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขแวดล้อมต่างๆ แล้ว สัตว์เหล่านี้ก็ล้วนแต่เกี่ยวเนื่องกับแนวคิดเรื่องผีบรรพชนนั่นเอง

          [สรุปจากบทความของ อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ พ.ศ. 2552]

 

จะเข้ มาจาก จระเข้

          เครื่องดนตรีใช้ดีดที่เรียกจะเข้ เมื่อหลายพันปีมาแล้วทำจากตัวจระเข้จริงๆ ที่ตายแล้วตากแห้งไว้

 Pages from culture 10-04-58-4

          จะเข้ เป็นเครื่องดนตรีที่ได้ชื่อมาจากจระเข้จริงๆ เป็นวัฒนธรรมร่วมของผู้คนทั้งอุษาคเนย์ รวมตระกูลไทย-ลาว ด้วย จึงไม่ใช่สมบัติของใครพวกใดพวกหนึ่ง เช่น ไม่ใช่สมบัติของมอญหรือเขมรพวกเดียว

          เสียงที่เกิดจากการดีดสายบนร่างจระเข้ คนยุคนั้นยกย่องเป็นเสียงศักดิ์สิทธิ์มีพลังสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ คือผีบรรพชนให้ช่วยคุ้มครองแล้วบันดาลความอุดมสมบูรณ์

          เพราะคนยุคนั้นเชื่อถือยกย่องจระเข้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองน้ำ และให้ความอุดมสมบูรณ์ เช่นเดียวกับงู, เต่า, ตะกวด, ฯลฯ

          โดยเฉพาะพวกจามในเวียดนามและเขมรยกย่องจระเข้เป็นบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่

          [น่าสังเกตคำว่า จาม ในนามจามเทวี ผู้รู้มอญบอกว่าเป็นภาษามอญว่า กฺยาม แปลว่า จระเข้]

          นอกจากนั้นคนแต่ก่อนมักใช้เหล็กปลายแหลมหรือหนามแหลมขูดผิวหนังตัวเองให้เป็นรอยตะปุ่มตะป่ำอย่างจระเข้ แล้วกลายเป็นลายสักในสมัยหลังๆ จนปัจจุบัน