มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2558

 

ขับเสภา ไม่มีในอินเดีย

sepha27-04-58 1

         “เสวา-การปรนนิบัติรับใช้” เป็นคำมงคลที่เขียนบนหม้อมงคลทูนหัวของสตรีอินเดียในขบวนแห่โศภณยาตรา

         ผมยกข้อความตรงนี้มาจาก อ. เชฟหมี (คมกฤช อุ่ยเต็งเค่ง) แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร (ทับแก้ว) อธิบายภาพประกอบสงกรานต์ในอินเดีย

         เสวา เป็นคำภาษาสันสกฤต ต่อมาคำไทยยืมใช้ว่า “เสภา” มีในกฎมณเฑียรบาลยุคต้นอยุธยา (ราว พ.ศ. 2000) ว่า “เสภาดนตรี” ถวายพระเจ้าแผ่นดินเมื่อเข้าที่บรรทม

         นักปราชญ์และครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่แต่ก่อน เคยอธิบายไว้นานแล้วว่า “เสภาดนตรี” ตรงนี้หมายถึงขับเสภา ได้มาจากแขกอินเดีย

         บางท่านอ้างกฎหมายตราสามดวงบางมาตรา แล้วสรุปคำเสภา แปลว่าคุก เพราะเกี่ยวข้องกับคุกและคนขับเสภาเป็นผู้คุมคุกขังนักโทษ

         ผมไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายต่างๆข้างต้น จึงเรียบเรียงอธิบายใหม่ในหนังสือร้องรำทำเพลง (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2532)

         สรุปว่า เสภาในยุคต้นอยุธยา หมายถึง ชาวพนักงาน ไม่ใช่ขับเสภาอย่างทุกวันนี้

         เสภาดนตรี หมายถึงชาวพนักงานดนตรีเป็นสตรี ทำหน้าที่บรรเลงขับกล่อมเบาๆถวายในที่รโหฐาน คือ ห้องบรรทมพระเจ้าแผ่นดิน ด้วยเครื่องดนตรีมีสาย เช่น กระจับปี่, ซอสามสาย

         ที่สำคัญคือไม่ใช่ขับเสภาอย่างที่เข้าใจในปัจจุบัน โดยผู้ชายตีกรับขับเสียงดังก้อง

         ห้องบรรทมอยู่เขตพระราชฐานชั้นใน มีผู้ชายคนเดียว คือพระเจ้าแผ่นดิน นอกนั้นเป็นสตรี

         ขับเสภา มาจากขับลำพื้นเมืองสองฝั่งโขง มีร่องรอยเค้ามูลอยู่ในพระลอว่าขับซอยอยศ หมายถึง ขับลำเล่าเรื่องที่ต้องการพร้อมดนตรีบรรเลงคลอ

         คำว่า เสภา ติดจากเสภาดนตรี กับเสภามโหรี คำเดิมยุคอยุธยา ถือเป็นคำสูงส่งกว่าคำพื้นเมืองว่าขับซอ หรือขับลำ

         เสภาขับยุคอยุธยา ยังเป็นลักษณะขับลำสองฝั่งโขง แล้วดัดแปลงเป็นเพลงกลอนหัวเดียวลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง

         ขับเสภายุครัตนโกสินทร์ สร้างสรรค์ใหม่ด้วยอิทธิพลกลอนเพลงราชสำนักภาคกลาง เป็นที่นิยมสูงสุดพร้อมปี่พาทย์ไม้แข็งยุค ร.4, 5 ดังเป็นที่รู้จักทุกวันนี้

         ขอบพระคุณ อ. เชฟหมี ผมแสวงหาความรู้ภารตวิทยาอย่างนี้มานานมาก เพิ่งพบของจริง}