Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 21 เมษายน 2558

 

เสื้อคอกลม ไม่ลายดอก

          เสื้อคอกลมที่ผมเคยใส่ประจำนานมาแล้ว มีเหตุจากเล่นดนตรีไทยเมื่อครั้งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร

          โดยแต่งตัวเลียนแบบนักดนตรีไทยของกรมศิลปากรรุ่นครูยุคนั้น คือใส่คอกลม เหมือนกันทุกคน (เมื่อออกบรรเลงบางงาน) ไม่ผ่าอก เป็นผ้าพื้น ไม่ลายดอก

          ตอนนั้นคิดแต่ว่าใส่คอกลมแล้วแลดูลูกทุ่งบ้านนอกดี ไม่คิดว่าเป็นไทยหรือไม่ไทย เพราะไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีต้นแบบจากจีน

          ต่อมามีผู้ซื้อผ้าจากร้านโขมพัสตร์ (ไม่ลายดอก อย่างที่รู้จักและนิยมในสงกรานต์ปัจจุบัน) เป็นของกำนัลให้ตัดเสื้อใส่งามๆ

          ผมก็ขอให้ช่างตัดเป็นคอกลม ไม่ลายดอก ไม่ผ่าอก แล้วใส่อย่างนั้นหลายปีมาก ตั้งแต่ก่อน 14 ตุลาคม 16 จนหลังจากนั้นต่อมาอีกนาน

          จนมีผู้ใส่เสื้อ “คอกลมลายดอก” แล้วบอกกันต่อๆมาว่าเป็นไทยแท้ ผมเลยยกเลิกเสื้อคอกลมที่เคยใส่ ด้วยเกรงจะถูกเหมารวมเป็นพวกคอกลมลายดอกไทยแท้ เพราะผมเป็นเจ๊กปนลาว

 

งานศพสนุกๆ ไม่แต่งดำ

          พิธีศพดั้งเดิมของอุษาคเนย์มีหลายวัน บางทีเก็บศพไว้นานเป็นเดือนๆ เป็นปีๆ

          เพราะเชื่อว่าคนที่นอนนิ่งไม่ติงไหวและไม่พูดจานั้น ขวัญหาย ไม่อยู่กับเนื้อตัว ถ้าขวัญกลับคืนสู่ร่างก็จะเหมือนเดิม

          [ขวัญเป็นความเชื่อพื้นเมือง ต่างจากวิญญาณของอินเดีย]

          เครือญาติจึงร้องรำทำเพลงอึกทึกครึกโครมเรียกขวัญ แล้วส่งสัญญาณด้วยเสียงฆ้องกลองให้ขวัญกลับถูกทาง

          เมื่อรับศาสนาจากอินเดีย แล้วเชื่อถือความตายและวิญญาณแบบอินเดีย พิธีศพต้องเผาแบบอินเดีย

          แต่ประเพณีความเชื่อขวัญแบบดั้งเดิมยังมีอำนาจในคนพื้นเมือง จึงประสมประสานเข้าด้วยกัน

          เป็นเหตุให้งานศพยังเหมือนก่อนรับศาสนาพราหมณ์ พุทธ คือมีมหรสพเพื่อความสนุกสนานตามต้องการ และคนมางานศพแต่งตัวสีสันสวยงาม

          ตอนเป็นเด็กวัดอยู่บ้านนอกคอกนาดงศรีมหาโพธิ์ (จ. ปราจีนบุรี) ก็เห็นคนไปงานศพแต่งตัวสีสันสวยงามทั้งนั้น ไม่มีใครบ้าแต่งชุดดำ (ที่เพิ่งรับจากฝรั่งสมัย ร.5) เพราะยังแพร่ไปไม่ถึงบ้านนอก

 

ใส่เสื้อสีทำศพ

          เมื่อผมทำศพพ่อที่วัดชิโนรส ในกรุงเทพฯ (พฤศจิกายน 2529) จึงมีหมอลำกับโขนเป็นมหรสพคบงัน

          แล้วแต่งตัวสีสันตามประเพณีดั้งเดิมของอุษาคเนย์ (ซึ่งมีไทยอยู่ด้วย) หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งก็ได้ว่าตามประเพณีไทย (ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์)

          คราวนั้นผมใส่เสื้อคอกลมสีแดงส้ม ไม่ลายดอก ไม่ผ่าอก เพราะไม่เคยมีเสื้อคอกลมลายดอก

          คนอื่นๆแต่งตามสะดวก ไม่ได้กะเกณฑ์ แต่ไม่จำเป็นต้องแต่งดำ พ่อผมสิ้นเวรสิ้นกรรม ไม่มีอะไรต้องโศกเศร้า

 

เฟซบุ๊ก

          เฟซบุ๊ก “ประชาชื่น” มีผู้ปริ๊นต์ข้อความจากแฟนเพจ ว่า

          “งานเผาแม่คุณสุจิตต์ ก็ใส่เสื้อลายดอก ประแป้ง แถมยังขอไม่ให้คนมาร่วมงานแต่งดำอีกด้วย”

          ขอบคุณที่กรุณาย้อนเวลาหาอดีต แต่เผอิญคลาดเคลื่อน จะขอบอกดังนี้

  1. งานเผาศพแม่ของผมมีที่วัดสระมรกต อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี (มิถุนายน 2550)
  2. คนร่วมงานเผาศพแม่มีเฉพาะเครือญาติไม่กี่คนที่ อ. ศรีมโหสถ และใกล้เคียง ที่รู้จากการบอกต่อในหมู่เครือญาติกลุ่มเล็กๆ เพราะผมไม่ได้ป่าวร้องบอกใคร ไม่อยากรบกวนให้เขาต้องวุ่นวายไปเผาศพ จนเสียเวลาทำมาหากินและทำมาค้าขาย
  3. เมื่อผมไม่ได้บอกใครเลยเรื่องงานศพแม่ที่ต่างจังหวัด แล้วจะเป็นอย่างที่แฟนเพจประชาชื่นเขียนยังไง ว่าขอไม่ให้คนมาร่วมงานแต่งดำ?
  4. ผมไม่เคยมีเสื้อคอกลมลายดอกอย่างที่รู้จักและเข้าใจในทุกวันนี้ และไม่เคยประแป้งแต่งหน้าทาตัว ไปงานเผาแม่หรืองานไหนๆ

          ผมใส่เสื้อเชิ้ตแบบฝรั่งมีรังดุมธรรมดาสามัญเหมือนชาวบ้านทั่วไป เพียงแต่ไม่กลัดกระดุมเสื้อ เพราะเป็นคนไม่เรียบร้อย และขี้ร้อน