Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2558

 

ปีใหม่ไทยและเพื่อนบ้าน

          ปีใหม่ภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือเดือน 1 คำพื้นเมืองเรียกเดือนอ้าย (ตามปฏิทินจันทรคติ) ของชุมชนดึกดำบรรพ์อุษาคเนย์อาเซียนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

          ตรงกับราวพฤศจิกายน-ธันวาคม (ตามปฏิทินสุริยคติ) ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังลอยกระทง (กลางเดือน 12) ราวตุลาคม-พฤศจิกายน

          หมายความว่าเสร็จลอยกระทงขอขมาดินและน้ำประจำปีผ่านไปแล้ว ก็ขึ้นปีใหม่เหมือนกันหมดทั้งสุวรรณภูมิผืนแผ่นดินใหญ่ของอุษาคเนย์ รวมทั้งไทย

          ยุคดั้งเดิมไม่เรียกปีใหม่ แต่เรียกเข้าใหม่ (เข้า แปลว่า ปี ตรงกับปัจจุบันสะกดว่า ข้าว ที่กินเป็นอาหาร)

          แต่ปีใหม่ไทยลุ่มน้ำโขงทางภาคเหนือมีก่อนภาคกลางราว 2 เดือน เพราะรับลมมรสุมได้ฝนตกก่อนภาคกลาง

??? ?? ??????

 

ปีนักษัตรเปลี่ยนตอนเดือนอ้าย

          ชวด, ฉลู, ขาล, เถาะ, ฯลฯ คือชื่อปีนักษัตรของชุมชนบ้านเมืองในภาคกลาง (รับจากเขมร) เปลี่ยนตอนเดือนอ้ายปีใหม่ไทยในสุวรรณภูมิ (ไม่ใช่เปลี่ยนตอนสงกรานต์)

          ปีนักษัตรรับจากจีน (ผู้รู้เรื่องนี้บอกว่าจีนรับจากเปอร์เซียอีกทอดหนึ่ง) ในอินเดียไม่มีปีนักษัตร

          แต่ล้านนา (ภาคเหนือ) เรียกชื่อปีต่างจากภาคกลาง (ผู้รู้เรื่องนี้บอกว่าเรียกตามประเพณีจีนโบราณ)

 

ปีใหม่

          ปีใหม่ เป็นคำผูกขึ้นใหม่ โดยแปลจากคำฝรั่ง new year เมื่อเรือน พ.ศ. 2483 ที่เริ่มแรกกำหนด 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามแบบสากล

          ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ไม่เคยพบคำว่าปีใหม่ เข้าใจว่าไม่มีประเพณีขึ้นปีใหม่อย่างสากลปัจจุบัน มีแต่ขึ้นฤดู “เข้าใหม่” (ข้าวใหม่) คือปีใหม่ ขอขมาธรรมชาติ คือดินและน้ำ

 

สงกรานต์

          สงกรานต์ เป็นของแขกพราหมณ์อินเดีย (บางคนเรียกปีใหม่แขก) เป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ย้ายราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งพราหมณ์ถือเป็นมหาสงกรานต์ เดือนเมษายน (ทางจันทรคติแบบไทยเรียกเดือน 5)

          แล้วแพร่หลายเข้าสู่อุษาคเนย์, สุวรรณภูมิ, และไทย ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000 พร้อมศาสนาพราหมณ์และพุทธ

          สงกรานต์ปีใหม่ไทย เป็นประเพณีสร้างใหม่เมื่อไม่นานมานี้ แล้วถูกขยายให้ใหญ่โตขึ้นเพื่อการตลาดขายการท่องเที่ยว

          ในทุกประเทศที่รับอารยธรรมอินเดียล้วนมีสงกรานต์เป็นปีใหม่ของตน เช่น ปีใหม่พม่า, ปีใหม่กัมพูชา, ปีใหม่ลาว, รวมถึงปีใหม่สิบสองพันนา (ในมณฑลยูนนานของจีน)

          และทุกประเทศต่างคิดว่าเป็นของตนพวกเดียว ซึ่งต้องร่วมกันแก้ไข ไม่ตีขลุม