Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2558

 

สาดน้ำสงกรานต์ยุคอาณานิคม

          มหาสงกรานต์ ขึ้นศกใหม่เดือนเมษายน ช่วงเวลาพระอาทิตย์เปลี่ยนจากราศีมีนสู่ราศีเมษ มีพิธีเฉลิมฉลอง เป็นประเพณีฮินดูของแขกพราหมณ์ในอินเดีย (ชมพูทวีป)

 

ยังไม่แผ่สู่อุษาคเนย์และไทย

          ช่วงเวลาเดียวกัน (เดือนเมษายน) ในอุษาคเนย์ (มีไทยอยู่ด้วย) อยู่ในหน้าแล้ง เดือนห้าทางจันทรคติ คนพื้นเมืองมีพิธีกรรมเลี้ยงผีบรรพชน ขอขมาเจ้าแม่ดินและน้ำธรรมชาติ

          แล้วมีรดน้ำดำหัวขอขมาปู่ย่าตายายผู้อาวุโสในชุมชนโดยไม่มีสาดน้ำรุนแรง มีการละเล่นทรงเจ้าเข้าผีเสี่ยงทายหลายอย่างต่างๆกัน

 

สงกรานต์แรกสุดไม่มีสาดน้ำ

          มหาสงกรานต์ขึ้นศกใหม่จากอินเดียแผ่ถึงไทยและเพื่อนบ้าน ราวหลัง พ.ศ. 1000 (ยุค สุวรรณภูมิ-ทวารวดี)

          ในไทยพบหลักฐานเก่าสุดยุคต้นอยุธยา มีในกฎมณเฑียรบาล และทวาทศมาสโคลงดั้น ราวเรือน พ.ศ. 2000 ไม่มีสาดน้ำ

          เป็นพระราชพิธีมีการละเล่นกลางแจ้งที่ลานหน้าจักรวรรดิ (ท้องพระเมรุ, สนามหลวง) อยู่พระราชฐานชั้นนอกในวังหลวง เรียกงานออกสนามใหญ่ (หมายถึง พระเจ้าแผ่นดินและพระราชวงศ์เสด็จออกประทับทอดพระเนตรการละเล่น)

          ไม่เกี่ยวกับราษฎรซึ่งไม่รู้จักสงกรานต์ เพราะอยู่นอกวัง และนอกกำแพงพระนคร

 

ราษฎรเลี้ยงผีเดือนห้า

คนพื้นเมืองยุคต้นอยุธยา มีประเพณีขึ้นฤดูกาลใหม่ หรือขึ้นปีใหม่ แล้วเปลี่ยนปีนักษัตรตอนเดือนอ้าย (พฤศจิกายน-ธันวาคม) หลังลอยกระทง (ตุลาคม-พฤศจิกายน)

          โดยไม่รู้จักและไม่มีประเพณีสงกรานต์เดือนห้า (อย่างที่มีทุกวันนี้) เพราะเป็นพระราชพิธีในราชสำนัก ยังไม่แพร่หลายสู่ราษฎรทั่วไป

          ช่วงเดือนห้า (เมษายน) คนพื้นเมืองมีประเพณีเลี้ยงผีบรรพชน [ดังบอกแล้วตอนต้น และยังมีอธิบายรายละเอียดในหนังสือประเพณี 12 เดือน (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548 หน้า 62-71)]

water10-04-58 2

สงกรานต์เข้าสู่หมู่บ้าน

          สงกรานต์ น่าจะเริ่มแพร่หลายออกจากราชสำนักสู่คนในชุมชนเมือง ยุคปลายอยุธยา หลังแผ่นดินบรมโกศ

          แต่เพิ่งพบหลักฐานตรงๆ ราว ร.3 กรุงรัตนโกสินทร์ มีจารึกวัดโพธิ์เล่านิทานกำเนิดสงกรานต์ หลังจากนั้นอีกนานค่อยๆเข้าสู่หมู่บ้านทั่วประเทศที่มีพิธีเลี้ยงผีช่วงนี้อยู่แล้ว

          โดยไม่มีบอกเรื่องพฤติกรรมสาดน้ำรุนแรง มีแต่สรงน้ำพระ และรดน้ำขอขมาคนกันเองในชุมชน

 

สาดน้ำสงกรานต์

          สาดน้ำสงกรานต์อย่างรุนแรง ไม่ใช่ประเพณีดั้งเดิมของบรรพชนคนอุษาคเนย์อาเซียน

          แต่เป็นพฤติกรรมใหม่ที่มีผู้รู้อาวุโสบอกไว้นานแล้วว่าเพิ่งสาดน้ำกันในยุคอาณานิคม เพื่อต่อต้านอำนาจทางการเมืองของยุโรปเจ้าอาณานิคม

          ผมศรัทธาคำอธิบายของผู้รู้อาวุโสมากกว่าความเห็นสมัยหลังๆ ว่าสาดน้ำสงกรานต์มาจากสาดสีในพิธีโฮลีของอินเดีย ซึ่งผิดฝาผิดตัวไม่มีอะไรเชื่อมโยงกันได้