มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2558

 

การเมืองสมัย ร.1 ในสถาปัตยกรรม

          “รื้อฟื้นอยุธยา”, “ครั้งบ้านเมืองยังดี” เป็นถ้อยคำปลอบใจและปลุกใจของคนชั้นนำหลังกรุงแตก 2310

          แล้วพากันสรรเสริญเยินยอว่าจริง ดังโคลงบาทแรกของนรินทร์อิน สมัย ร.2 ว่า “อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤๅ” โดยมิได้หมายความว่าจะต้องเกิดขึ้นจริง

          แต่ในความจริงแท้กรุงเทพฯอาจสืบทอดเนื้อหาของยุคอยุธยา ส่วนรูปแบบพัฒนาอย่างมีนัยยะทางการเมืองต่างจากยุคอยุธยา

Print

          อ. ชาตรี ประกิตนนทการ (มหาวิทยาลัยศิลปากร) บอกไว้ในหนังสือ การเมืองในสถาปัตยกรรม สมัยรัชกาลที่ 1 (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2558 ราคา 190 บาท) ว่า

          ศิลปะสถาปัตยกรรมสมัย ร.1 แตกต่างจากยุคอยุธยา แม้มีพื้นฐานอยุธยาเป็นสำคัญ แต่มีลักษณะสร้างสรรค์แบบแผนใหม่ โดยไม่ได้ลอกเลียนทั้งดุ้น เช่น

          1. โบสถ์ หรือวิหาร เป็นประธานของวัด โดยมีระเบียงคดล้อม เช่น

วัดพระแก้ว มีโบสถ์เป็นประธานพร้อมระเบียงคดล้อม

          2. พระพุทธรูปปางสมาธิ เป็นพระประธานในโบสถ์ เช่น

พระแก้วมรกต ปางสมาธิ เป็นพระประธานในโบสถ์วัดพระแก้ว

          3. พระอินทร์ เป็นอุดมคติสำคัญที่สุด เช่น

          พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นสำเร็จโดยการสนับสนุนของพระอินทร์

          และโบสถ์พระแก้วมรกต เสมือนพระวิมานของพระอินทร์เหนือยอดเขาพระสุเมรุ เห็นได้จากรูปสัตว์หิมพานต์ประดับฐานโบสถ์โดยรอบ

          แม้งานวรรณกรรม กรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ต้นๆ โดยรวมๆก็สร้างสรรค์แบบแผนใหม่ต่างจากยุคอยุธยา

          เสภาขับยุคอยุธยา กับขับเสภายุครัตนโกสินทร์ ต่างจนแทบไม่เหลือซากว่ามีรากเดียวกัน (จากลาว)

          มีคำอธิบายมากนักอยู่ในหนังสือปากไก่และใบเรือ ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ แต่เคยปากกับใจนักวิชาการอนุรักษนิยมสุดขั้ว โหยหาอดีต เลยพรรณนาแต่ถ้อยมธุรสวาจาว่า    ร.1 รื้อฟื้นอยุธยา ครั้งบ้านเมืองยังดี

          ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี มีทั้งศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม แล้วมีการเมืองการปกครองอยู่ด้วยทั้งนั้นทุกยุคทุกสมัย

          ปฏิเสธว่าไม่มีการเมืองก็เท่ากับโกหกตัวเอง และโกหกสังคมไทยทั้งหมด }