มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2558

 

พระพุทธรูปสำริด เทคโนโลยีดึกดำบรรพ์

          พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะสำริด (คนแต่ก่อนเรียก ทองสำริด) หลายขนาด มีมากในประเทศที่รับศาสนาพุทธ ทั้งไทยและเพื่อนบ้านสุวรรณภูมิตลอดอุษาคเนย์

          [ถ้ารับศาสนาพราหมณ์ ก็มีเทวรูปหล่อด้วยสำริด แต่หลายแห่งมีทั้ง 2 อย่างอยู่ปนกัน]

          สำริด เป็นโลหะผสมระหว่างทองแดง (โลหะหลัก) กับโลหะอื่น เช่น ดีบุก มีพัฒนาการบริเวณสุวรรณภูมิ (รวมจีนตอนใต้) ตั้งแต่ราว 3,000 ปีมาแล้ว

          หลักฐานสำคัญ คือ กลองทอง (มโหระทึก) เก่าสุดพบที่ยูนนานกับกวางสีทางตอนใต้ของจีน (แต่รู้จักทั่วไปมากสุดพบที่ดองเซินในเวียดนาม)

          ทองแดง ซึ่งเป็นโลหะหลักทำสำริด มีแหล่งใหญ่สุดมหาศาลบริเวณสองฝั่งโขง ตั้งแต่ยูนนานลงมาถึงอีสานในไทย แล้วยังมีบ้างในหุบเขาที่ จ. ลพบุรี

          ผู้รู้ทางโลหวิทยาโบราณ เคยบอกว่ามณฑลกวางสียังไม่พบแหล่งทองแดงโบราณ ทำให้น่าเชื่อว่าเมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว บรรพชนกวางสีเดินทางมาเอาทองแดงจากลุ่มน้ำโขงไปหล่อกลองทอง

          เทคโนโลยีหล่อสำริดแพร่กระจายทั่วไปทั้งสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ ในไทยพบทั่วประเทศ ตลอดลุ่มน้ำโขงจนถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่มีที่สำคัญๆรู้จักทั่วไป เช่น

          บ้านเชียง(จ. อุดรธานี), บ้านเก่าและดอนตาเพชร(จ. กาญจนบุรี), อู่ทอง (จ. สุพรรณบุรี), และ จ. ลพบุรี

 

สำริด หล่อพระพุทธรูป

          หลังรับศาสนาจากอินเดีย ชาวสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ผู้ชำนาญการหล่อสำริดอยู่ก่อนแล้ว จึงปรับมาหล่อพระพุทธรูปกับเทวรูปขึ้นกราบไหว้บูชา ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000 ที่เรียกกันว่าแบบทวารวดี

          แล้วสืบเนื่องเป็นงานช่างแบบอู่ทอง, อยุธยา, สุโขทัย, เชียงแสน, ฯลฯ จนปัจจุบันยังทำอยู่

          ความเชี่ยวชาญชำนิชำนาญหล่อสำริดขนาดน้อยใหญ่ต่างๆกัน ดูได้จากจำนวนโบราณศาสนวัตถุสำริดที่นักโบราณคดีขุดพบ ซึ่งมีมาก

          แล้วยังเห็นจากพระพุทธรูปสำริดราว 1,248 องค์ที่ ร.1 โปรดให้ขนย้ายลงเรือแพจากสุโขทัย, พิจิตร, พิษณุโลก, อยุธยา, ลพบุรี ลงมา เก็บไว้ในวัดโพธิ์ ท่าเตียน กับอัญเชิญเป็นพระประธานวัดต่างๆทั่วกรุงเทพฯ

          (อ่านรายละเอียดเรื่องนี้ ในบทความวิชาการของ วิราวรรณ นฤปิติ พิมพ์ในวารสารดำรงวิชาการ ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับกรกฎาคม-ธันวาคม 2557 ราคาเล่มละ 150 บาท)

          การขนย้ายพระพุทธรูปด้วยเรือแพไปตามแม่น้ำ เป็นเหตุให้เกิดนิทานศักดิ์สิทธิ์เรื่องพระพุทธรูปลอยน้ำ

          แล้วอัญเชิญขึ้นตามวัดต่างๆ เช่น หลวงพ่อโสธร (ทำด้วยหินทราย) ลอยน้ำบางปะกง ไปที่เมืองฉะเชิงเทรา เป็นต้น

          ทั้งหมดเล่าเรื่องเทคโนโลยีถลุงและหล่อสำริดตั้งแต่ 3,000 ปีมาแล้ว จนปัจจุบันมานี้ เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดียืนยันว่าคนไทยอยู่ที่นี่ ที่อุษาคเนย์ ไม่ได้มาจากไหน? ไม่ว่าอัลไต หรือน่านเจ้า

 

“สบายใจ ไหว้พระ 77 จังหวัด”

          โดยข่าวสดและพันธมิตร มีพระพุทธรูปสำคัญ (องค์) จำลองมาให้สักการะ คือ

          พระเชียงแสน (ภาคเหนือ), หลวงพ่อพระใส (ภาคอีสาน), หลวงพ่อโสธร (ภาคกลาง), พระพุทธสิหิงค์ (ภาคใต้)

          ที่ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ 20-22 มีนาคม 2558