มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 18 มีนาคม 2558

 

มอญ-เขมร, ลาว-ไทย พวกเดียวกัน

           คนบนที่ราบสูงอย่างลุ่มน้ำมูล, ที่ราบลุ่มอย่างโตนเลสาบในกัมพูชา และลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นคนกลุ่มเดียวกัน ตั้งแต่ราว 2,500 ปีมาแล้ว

           เรื่องนี้ อ. ไฮแอม นักโบราณคดีชาวอังกฤษ บอกในมติชน (ฉบับวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2558 หน้า 14) แล้วบอกอีกว่า

           “ยุคเหล็ก คนในลุ่มน้ำมูล และคนที่อยู่ในลพบุรี รวมถึงคนที่อยู่ในเสียมเรียบ กัมพูชา เป็นเครือญาติกัน พูดภาษาตระกูลมอญ-เขมรเหมือนกัน”

           ยุคเหล็ก อ. ไฮแอม บอกว่ามีอายุราว 2,500 ปีมาแล้ว (ราว พ.ศ. 1 หรือราว 543 ปีก่อน ค.ศ.)

           “จากนั้นมีกลุ่มคนที่พูดภาษาตระกูลไทเคลื่อนย้ายเข้ามา แล้วผสมผสานทางชาติพันธุ์”

           ชาร์ลส์ ไฮแอม ศาสตราจารย์ นักโบราณคดีชาวอังกฤษ สอนอยู่ที่นิวซีแลนด์ ขณะนี้กำลังขุดค้นอยู่ที่ อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา (เคยเข้ามาขุดค้นทางโบราณคดีในไทยทางอีสานตั้งแต่ พ.ศ. 2512 มีรายงานพิมพ์เผยแพร่เป็นเล่มทุกแห่งที่ขุดเสร็จสิ้น แล้วเคยร่วมงานขุดค้นที่บ้านเชียงตั้งแต่แรก)

           มีงานวิชาการโบราณคดี SEA และไทย (ที่แปลเป็นภาษาไทยก็มี) เป็นที่ยอมรับกว้างขวางระดับนานาชาติ โดยมีความเห็นทางวิชาการสอดคล้องกับนักโบราณคดีนานาชาติทั่วไปในโลก

           ลุ่มน้ำมูล มีความสำคัญต่อกำเนิดและพัฒนาการเมืองพระนคร (นครวัด, นครธม) ในกัมพูชา? อ. ไฮแอม เห็นว่า

           พิมาย เป็นศูนย์กลางใหญ่ของเมืองพระนคร มีผู้นำระดับสูงของรัฐ หนึ่งในนั้นคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 พระองค์เคยประทับอยู่ที่นี่ ซึ่งตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย”

           “ส่วนพนมรุ้งกับพนมวันก็เป็นเมืองเครือญาติกัน ราชวงศ์ของพระองค์เป็นที่รู้จักในนามราชวงศ์มหิธรปุระ ที่กลายเป็นราชวงศ์ใหญ่ของเมืองพระนคร”

           แหล่งโบราณคดีบริเวณลุ่มน้ำมูล แสดงให้เห็นว่าเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญมากๆ โดยมีความสัมพันธ์ระหว่างที่ราบสูงโคราช กับภาคกลางของไทย และเชื่อมโยงตลอดถึงชายฝั่งทะเล

           “นครราชสีมากลายเป็นเมืองใหญ่เพราะการค้ามาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ นาข้าว เกลือ และการค้า คือสิ่งที่ก่อให้เกิดอารยธรรมยุคเริ่มต้นของที่นี่” อ. ไฮแอม ย้ำ

           The Origin of Angkor เรียกเป็นคำไทยว่ากำเนิดเมืองพระนคร (ในกัมพูชา) เป็นโครงการโบราณคดีที่ อ. ไฮแอม ปักหลักขุดค้นที่ จ. นครราชสีมา หลายสิบปี

           [โดยมี รัชนี ทศรัตน์ เป็นนักโบราณคดีไทยผู้ช่วยการขุดอย่างละเอียดถี่ถ้วนใกล้ชิดมาแต่ต้น]

           ระหว่าง พ.ศ. 800 ถึง 1100 อ. ไฮแอม อธิบายว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่ คือเกิดรัฐที่มีกษัตริย์ปกครอง ชุมชนโบราณบริเวณลุ่มน้ำมูลนี้มีพัฒนาการทางการเกษตร มีการจัดการน้ำ ยังพบเครื่องมือเหล็กขนาดใหญ่ที่ใช้ไถนาปลูกข้าว

           “แถวนี้มีชั้นเกลือเยอะมาก และใครก็ตามที่สามารถควบคุมเกลือได้ ก็จะกลายเป็นคนรวย เพราะเกลือเป็นวัตถุดิบที่จำเป็น ไหนจะใช้หมักปลาเพื่อถนอมอาหาร และเพื่อการค้าแลกเปลี่ยนด้วย”

           ข้อมูลความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับที่ราบสูงอีสาน, ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา, และโตนเลสาบในกัมพูชา เคยมีอยู่ก่อนแล้วในงานศึกษาค้นคว้าของ อ. ศรีศักร วัลลิโภดม อย่างน้อย 3 เล่ม ให้ผู้สนใจค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติมได้ เช่น

           แอ่งอารยธรรมอีสาน (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2533) ทุ่งกุลา (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2546) เหล็ก “โลหปฏิวัติ” (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548)document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);