มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558

 

ศาสนากับการเมือง

          ไทยถูกหล่อหลอมให้เลื่อมใสศรัทธาว่าศาสนาไม่การเมือง และเมื่อพุทธศาสนาเผยแผ่ถึงสุวรรณภูมิ คนพื้นเมืองก็พากันน้อมรับนับถืออย่างสงบราบรื่นร่มเย็นเป็นสุข

          แต่ตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีและที่พบร่องรอยในนิทานตำนาน เช่น มหาวงศ์ (พงศาวดารลังกา) ล้วนสอดคล้องกันทั้งของลังกาและของไทย ว่า

          การค้ากับการเมืองชักนำศาสนาจากอินเดียมาถึงสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ แล้วปะทะกับการต่อต้านของคนพื้นเมืองที่นับถือศาสนาผีอย่างเหนียวแน่นมาก่อน

          แสดงว่ามีปัญหาระหว่างศาสนาผีกับศาสนาพราหมณ์และพุทธ

          เพื่อช่วงชิงความเชื่อหรือศรัทธาสวามิภักดิ์ ดังมีบอกเป็นวรรณกรรมสัญลักษณ์ไว้ในตำนานพื้นเมือง ว่าพระพุทธเจ้าปราบนาคให้นับถือพระพุทธศาสนา

          นาค หมายถึงคนพื้นเมืองดั้งเดิม ที่มีระบบความเชื่อในศาสนาผีเป็นของตนเองมาก่อน คือลัทธิบูชางูหรือนาค

          เมื่อศาสนาจากอินเดียซึ่งเป็นระบบความเชื่ออีกอย่างหนึ่งแพร่หลายเข้ามา ก็ต้องปะทะหรือขัดแย้งกับระบบความเชื่อดั้งเดิมที่มีมาก่อนแล้ว

          หลักฐานในหนังสืออุรังคธาตุ (หรือตำนานพระธาตุพนม จ. นครพนม) มีนิทานเล่าว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงดินแดนลุ่มน้ำโขงก็พบกับบรรดานาคที่มีอิทธิฤทธิ์ควบคุมพื้นที่อยู่ และไม่ยอมอ่อนน้อมมนัสการ แถมยังกระทำอวดอภินิหารข่มขู่

          ทำให้พระพุทธองค์ต้องทรงแสดงปาฏิหาริย์ปราบนาค

          ในที่สุดบรรดานาคทั้งหลายก็นอบน้อมเข้าหาพระศาสดา มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา แล้วทูลขอรอยพระบาทไว้สักการบูชา

          ทั้งหมดนี้เป็นสัญลักษณ์ความขัดแย้งรุนแรงของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาบริเวณสุวรรณภูมิ

          หัวหน้าเผ่าพันธุ์ (ซึ่งเป็นผู้ชาย) ก็รับศาสนาจากอินเดียทั้งพราหมณ์และพุทธ เป็นเครื่องมือทางการเมืองการปกครอง

          จนบ้านเมืองเติบโตเป็นรัฐต่างๆที่มีชื่อรู้จักทั่วไป เช่น ฟูนัน, ทวารวดี, ศรีวิชัย, ฯลฯ

          ด้วยการอ้างกฎแห่งกรรมว่าคนดีผู้มีบุญย่อมมีอำนาจวาสนาเหนือกว่าคนอื่น

          เพื่อหัวหน้าเผ่าพันธุ์และเครือญาติเข้าถึงความมั่งคั่งและอำนาจ โดยกีดกันคนส่วนใหญ่ของชุมชนชาติพันธุ์ออกไปจากความมั่งคั่งและอำนาจนั้น (สมดังที่นักวิชาการหลายท่านเคยอธิบายความจริงข้อนี้ไว้แล้ว)

          ปัญหาอยู่ที่ประวัติศาสตร์โบราณคดีไทยไม่ยอมรับรู้หลักฐานและร่องรอยที่เห็นแก่ตานี้