มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558

 

คนดีผีเข้าผีออก

          การเมืองกับการศึกษาแบบหมาหางด้วนมีส่วนสำคัญผลักดันสังคมไทยยกย่องวันวาเลนไทน์ มีความหมายยิ่งกว่าเมืองฝรั่งไหนๆในโลก

          จริงหรือไม่จริงอย่างไรไม่รู้? แต่ผู้เป็นฝรั่งชาวยุโรปบอกไว้นานแล้ว ผมเพิ่งนึกขึ้นได้เมื่ออ่านข้อเขียนเรื่องพาเหรดวาเลนไทน์ของใบตองแห้ง (ข่าวสด ฉบับวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 หน้า 6) จะยกมาบางตอนดังนี้

          “ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคงพอใจที่จะให้เด็กหนุ่มเด็กสาวเดินพาเหรดถือดอกกุหลาบเข้าศูนย์การค้า เข้าสถานบันเทิง

          มากกว่าเดินพาเหรดล้อการเมือง หรือแขวนป้าย ‘เผด็จการจงพินาศ’ ‘ประชาธิปไตยจงเจริญ’ ให้แสลงใจ

          “ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมไทย อยากให้คนใช้เสรีภาพในการบริโภค มากกว่าเสรีภาพที่จะคิด ที่จะเคลื่อนไหวทางสังคมการเมือง”

          หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 การเมืองกับการศึกษาแบบหมาหางด้วนสร้างคนชั้นกลางที่นิยมใช้ชีวิตแบบฝรั่ง และคลั่งวัฒนธรรมบริโภคเบ่งบานทั่วกรุงเทพฯ และท้องถิ่นไทย

          การมอมเมาสังคมอย่างนี้เคยมีมาก่อนแล้ว เมื่อหลัง พ.ศ. 2500 เผด็จการทหารปฏิวัติจึงห้ามจัดกิจกรรมทางการเมือง แต่สนับสนุนกิจกรรมบันเทิงเริงรมย์และบริโภคนิยมอย่างหัวหกก้นขวิด ชนิด “เสพเสน่ห์เกสรสุมาลี”

          มหาวิทยาลัยบางแห่งถึงกับครอบงำนักศึกษาด้วยซ้ำไปว่าวิชาการไม่การเมือง แล้วห้ามนักศึกษาโยงวิชาความรู้เข้ากับการเมืองทั้งๆ ตั้งแต่ระดับอธิการบดีและคณบดีรวมถึงอาจารย์ประจำเคยนำหน้าเกณฑ์นักศึกษาไปเป่านกหวีดกรีดร้องก้องถนน (แต่ทุกวันนี้พากันเป่าสาก)

          คนดีผีเข้าผีออก เพราะฝูงคนดีมีเมตตากรุณาส่งเสริมสังคมไทยใช้เสรีภาพในการบริโภคทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่ว่าของไทยหรือของเทศ

          โดยไม่อนุญาตให้เคลื่อนไหวมีกิจกรรมความคิดทางสังคมและเศรษฐกิจการเมือง

          แต่ฝูงคนดีเดียวกันนี่เอง จู่ๆก็ออกอาการอนุรักษนิยมคลั่งความเป็นไทยสุดลิ่มทิ่มประตู แล้วพากันดุด่าว่ากล่าววัยรุ่นสาวหนุ่มที่ทุ่มเทให้วัฒนธรรมบริโภคนิยมวันวาเลนไทน์ผ่านมาd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);