มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558

 

เชียงขวางมีไหหินและคนพวน

          จาก จ. บึงกาฬ ข้ามแม่น้ำโขงไปลาวสะดวกถึงแขวงเชียงขวาง มีไหหินอายุ 2,500 ปีมาแล้ว และมีชาวพวน หรือคนพวน

          พวน เป็นคำเดียวกับ พูน, โพน หมายถึงบริเวณที่สูง, ที่ราบสูง

          คนพวน คือบรรดาผู้คนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่รวมกันบริเวณที่สูง หรือที่ราบสูง (ซึ่งคำพื้นเมืองดั้งเดิมเรียกว่าพวน) ต่อมาเรียกไทยพวน หมายถึงชาวพวน, คนพวน

          นานเข้าบ้านเมืองตรงสองฝั่งน้ำพวน ก็ได้ชื่อว่าเมืองพวน

          เมืองพวน มีคำบอกเล่าเป็นตำนานอยู่ในพงศาวดารล้านช้าง และในนิทานเรื่องขุนบรมราชา มีความโดยสรุปว่าขุนบรม (ลาวเรียก ขุนบูลม) มีลูกชาย 7 คน ให้ไปสร้างเมืองต่างๆ ลูกสุดท้องที่เจ็ด ชื่อเจ็ดเจิง หรือเจ็ดเจือง ให้ไปสร้างเมืองพวน (เชียงขวาง) มีดินแดนต่อเขตติดกับเมืองชวา หลวงพระบาง

          ชาวเวียงจันปัจจุบันก็มาจากเมืองพวน แล้วทยอยเคลื่อนย้ายไปตั้งหลักแหล่งใหม่ทางสองฝั่งโขง ถึงอีสานเหนือเมื่อนับร้อยๆปีมาแล้ว บางกลุ่มเคลื่อนย้ายลงไปอยู่ภาคกลางทางลุ่มน้ำเจ้าพระยา อย่างน้อยตั้งแต่ยุคสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ก่อนมีศึกเจ้าอนุเวียงจันสมัย ร.3

          สมัย ร.5 เรียกบริเวณอีสานเหนือ ทางอุดรธานี-หนองคาย ว่ามณฑลลาวพวน นับแต่นั้นเลยพากันเรียกคนพวนทั่วไปว่าลาวพวนด้วย

          คนพวนกลุ่มหนึ่งจากเวียงจันและบริเวณสองฝั่งโขง ถูกกวาดต้อนสมัย ร.3 หลังศึกเจ้าอนุเวียงจัน เมื่อ พ.ศ. 2369 ให้ลงไปตั้งหลักแหล่งใหม่อยู่บริเวณป่าดงทางตะวันออกของกรุงเทพฯ ตั้งแต่นครนายก, ปราจีนบุรี, จนถึงฉะเชิงเทรา (มีคนพวนกลุ่มอื่นถูกกวาดต้อนไปตั้งหลักแหล่งที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง)

Print

          เฉพาะเขตดงศรีมหาโพธิ์ ให้ตั้งบ้านเรือนตั้งแต่ลำน้ำปราจีนบุรี ที่ต่อไปจะได้ชื่อ อ. ศรีมหาโพธิ, อ. ศรีมโหสถ (จ. ปราจีนบุรี) กระจัดกระจายต่อเนื่องถึงเขตดงยาง บริเวณลำน้ำท่าลาด ที่ต่อไปจะได้ชื่อ อ. พนมสารคาม (จ. ฉะเชิงเทรา)

          นอกจากนั้นยังมีลาวอีกกลุ่มหนึ่งไปตั้งบ้านเรือนอยู่ อ. พนัสนิคม (จ. ชลบุรี)

          ลาวอยู่ไหน ก็เอาความเป็นลาวไปด้วย เช่น นิทานชาดกเรื่องพระมโหสถ กับนิทานบรรพชนเรื่องพระรถเมรี

          ที่ดงศรีมหาโพธิ์ (จ. ปราจีนบุรี) คนพวนเรียกเมืองโบราณในเขตตนว่าเมืองมโหสถ ส่วน อ. พนัสนิคม (จ. ชลบุรี) คนพวนเรียกเมืองโบราณที่นั่นว่าเมืองพระรถ