มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558

 

หงสาวดี รบ ศรีอยุธยา

           พม่าไม่ได้รบไทย ในประวัติศาสตร์ไทยรบพม่า แต่มีหงสาวดี รบ ศรีอยุธยา เพราะยุคโน้นยังไม่เรียกชื่อประเทศว่าพม่า, ว่าไทย

           ผมเขียนบอกเล่าไว้ชัดเจนแล้วในต้นฉบับและที่ลงพิมพ์ แต่บางคนไม่ทันอ่านคำอธิบายก็กล่าวโทษตั้งแต่เห็นชื่อเรื่อง จะคัดมาให้อ่านชัดๆอีกที ดังนี้

           ไทยรบพม่า เป็นข้อความครอบงำสังคมไทยให้มีอคติว่าพม่าเป็นศัตรูทางประวัติศาสตร์ จึงมีกิจกรรมปลุกใจเกลียดพม่า ต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้

           มีต้นเรื่องจากหนังสือไทยรบพม่า พระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

           แต่พม่าไม่มีสำนึกว่าไทยเป็นศัตรูทางประวัติศาสตร์ เหมือนที่ไทยมีอคติต่อพม่า จึงไม่มีกิจกรรมปลุกใจเกลียดไทย

           เพราะพม่าไม่ได้รบไทย มีแต่พระเจ้าแผ่นดินอังวะ, หงสาวดี รบกับพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

 

           ไทย, พม่า เพิ่งมี เพราะชื่อประเทศพม่า เพิ่งมีเมื่ออังกฤษยึดครองเป็นอาณานิคมราวหลัง พ.ศ. 2428 (ตรงกับสมัยต้น ร.5) 130 ปีมาแล้ว

           และชื่อประเทศไทย เพิ่งมีคราวเปลี่ยนจากสยามเป็นไทยเมื่อ พ.ศ. 2482 ยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ราว 76 ปีมานี้เอง

           ถ้าจะเรียกไทยรบพม่าหรือพม่ารบไทย ต้องเรียกหลัง พ.ศ. 2482

           แต่ไทยกับพม่าเลิกมีสงครามแบบจารีตเดิมตั้งแต่สมัย ร.2 (พ.ศ. 2353-2367)

 

           ชื่อประเทศ ยุคอยุธยา ยังไม่เรียกชื่อประเทศว่าไทยและพม่า แต่เรียกตามชื่อราชธานีของรัฐต่างๆ ซึ่งมีหลายแห่งหลายชื่อ (สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ทรงบอกไว้เองในหนังสือเที่ยวเมืองพม่า)

           ไทยเรียกประเทศว่ากรุงศรีอยุธยา เรียกพระเจ้าแผ่นดินว่าพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา แล้วเรียกรัฐอื่นๆ ตามชื่อนั้น เช่น รัฐล้านนา ที่เมืองเชียงใหม่

           พม่าเรียกประเทศว่ากรุงอังวะ เรียกพระเจ้าแผ่นดินว่าพระเจ้ากรุงอังวะ แล้วเรียกรัฐอื่นๆ ตามชื่อราชธานีของประเทศนั้น เช่น รัฐหงสาวดี ที่เมืองพะโค

           ดังนั้น ไทยรบพม่าเป็นคำใหม่ หลังจากอังกฤษยึดครองแล้วเรียกชื่อ “เมืองขึ้น” แห่งนี้ว่า Burma (แต่ไทยออกเสียงเพี้ยนเป็น พะ-ม่า ปัจจุบันสะกดว่า พม่า)

 

           รักชาติแต่พอดีๆ ผมไม่ตอบโต้ผู้ใช้ถ้อยคำประทุษร้าย ทั้งลับหลังและในสื่อสาธารณะ

           เพราะเชื่อว่าถ้ารู้และเข้าใจคำอธิบายตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี และตรงตามที่สมเด็จฯ ทรงบอกไว้ คงไม่รักชาติรุนแรงเกินต้องการอย่างที่แสดงออกอย่างน่ากลัวขนหัวพองสยองเกล้า}