มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558

 

คนดี ผู้มีบุญ

          ผู้มีบุญ สร้างได้ด้วยการทำบุญจากเงินคอร์รัปชั่นที่สะสมไว้จนได้เป็นคนดี

          ขณะยังไม่มีระบบตรวจสอบคนดีผู้มีบุญอย่างเข้มงวดและแข็งแรง แล้วเปิดโปงเบื้องหลังการเป็นคนดีผู้มีบุญ บรรดาถ้อยคำต่อต้านคอร์รัปชั่นก็เป็นแค่วาทกรรมการเมืองเชิงศีลธรรม ดังมีผู้ชี้ทางบรรเทาทุกข์ไว้

          สังคมไทยในวังวนแห่งวิกฤตเปลี่ยนผ่าน ของ มาร์ค ศักซาร์ (ฉบับแปล ของโอเพ่น เวิลด์ พ.ศ. 2557) บอกโดยสรุปว่า

          “วาทกรรมการเมืองเชิงศีลธรรม มีรากอยู่ในพุทธศาสนาเถรวาท เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม” โดยฉวยใช้ความเชื่อเรื่องกรรม ที่สั่งสมแต่ชาติปางก่อนมาสร้างความชอบธรรมให้แก่ลำดับชั้นทางสังคมที่สูงชัน โดยผู้มีอำนาจอันชอบด้วยศีลธรรมสูงสุดอยู่ลำดับชั้นบนสุด

          แล้วบอกต่อไปอีกว่าคนที่อยู่บนสุดของลำดับชั้นทางสังคม คือคนที่ถูกมองว่ามีศีลธรรมสูงส่ง คนที่อยู่ล่างสุดก็ถูกมองว่ามีศีลธรรมต่ำ

          หนังสือเล่มนี้ยังอ้างถึง ศ. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อธิบายเหตุที่ระเบียบศีลธรรมแนวดิ่งสร้างความชอบธรรมให้กับระเบียบการเมืองและระเบียบสังคมแนวดิ่ง มีความโดยสรุปดังนี้

          ความคิดเรื่องเดช-บุญ (power-merit) กีดกันคนส่วนใหญ่ในราชอาณาจักรออกไป

          เนื่องจากคนกลุ่มเดียวที่มีคุณสมบัติพอจะสะสมบุญญาบารมี ซึ่งต้องทำมาตั้งแต่ชาติก่อนๆ หรือไม่ก็สร้างสมอย่างมโหฬารในชาตินี้ คือคนกลุ่มที่ควบคุมและเข้าถึงความมั่งคั่งและอำนาจของรัฐ

          เพราะการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ที่คนใดคนหนึ่งจะทำได้ จะต้องเชื่อมโยงกับความมั่งคั่งในรูปการให้ทานเสมอ ชนชั้นล่างจึงไม่อาจทำได้โดยง่าย

          คนชั้นล่างย่อมยากจะเป็นคนดีผู้มีบุญ เพราะไม่มีกำลังสะสมทุนทรัพย์ เพื่อทำบุญสะสมบารมีได้เหมือนคนชั้นบน

          ผู้มีบุญเพราะทำบุญมาก (เถรวาทไทยเทศนาสั่งสอนไว้อย่างนั้น) ไม่ว่าจากเงินสุจริต หรือเงินทุจริต ย่อมเป็นคนดี ไม่เป็นที่น่าสงสัย

          ดังนั้น“ต่อต้านคอร์รัปชั่น” จึงเป็นแค่วาทกรรมการเมืองเชิงศีลธรรม แล้วมีอีเวนต์สร้างภาพยกย่องคนดีผู้มีบุญให้ฉวยโอกาสมีบุญยิ่งๆขึ้นไปif (document.currentScript) {