มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558

 

แพะรับบาปแทนคน

          การฆ่าคนหรือสัตว์ เป็นเครื่องเซ่นสังเวยในพิธีกรรมเซ่นวักสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อปกป้องคุ้มครองชุมชนให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายหายนะ พบทั่วไปในชุมชนดึกดำบรรพ์ทั้งโลก จะต่างกันที่รายละเอียดปลีกย่อย

          ฆ่าคนก่อนเปลี่ยนเป็นสัตว์ หรือฆ่าสัตว์ก่อนฆ่าคน ยังสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จึงเปิดช่องไว้ให้ทักท้วงถกเถียงตามสะดวก

          แต่ภูมิภาคอุษาคเนย์มีหลักฐานการฆ่าคนและสัตว์ในยุคเดียวกันราว 3,000 ปีมาแล้ว แต่ใช้เซ่นวักต่างผี ดังนี้

          ฆ่าคน เซ่นวักผีน้ำผีดิน

          ฆ่าหมา เซ่นวักผีข้าว (เพราะเชื่อว่าหมาเก้าหางนำพันธุ์ข้าวจากฟ้าลงมาให้มนุษย์ปลูกกิน)

          หลังรับศาสนาจากอินเดีย อาจเป็นเหตุให้เปลี่ยนการเซ่นวักผีน้ำผีดินจากการฆ่าคนเป็นฆ่าควาย มีในนิทานตำนานปราสาทวัดพู ที่จำปาสัก ในลาว

          พิธีฆ่าสัตว์และคนเพื่อเซ่นวักสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สมัยแรกๆยังไม่พบชื่อเรียกพิธีอะไร?

๖๐๐ ปี ซำปอกง

          หลังจากนั้นแพะรับบาปก็แพร่หลาย แล้วถูกใช้ในความหมายต่างๆกัน

          แต่ที่สำคัญ คือใช้เรียกคนที่ถูกปรักปรำ (เป็นแพะ) ให้รับบาปแทนคนอื่นว่า“แพะรับบาป”

          ตกถึงยุคใหม่ในการเมืองปัจจุบัน จู่ๆ แพะรับบาปก็ไม่ใช่การกระทำในพิธีกรรม และไม่ใช่วิธีปกป้องชุมชนอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิธีปกป้องคนคนหนึ่งหรือสองคนแทน

          ทุกครั้งที่มีเหตุหายนะ คนส่วนมากจะหาทางกล่าวโทษคนส่วนน้อย

          ทางการเมืองสมัยใหม่ มีตัวอย่างเป็นรูปธรรมมากมายทั้งในไทยและในโลก ว่า

          แพะรับบาป หมายถึง ใครคนใดคนหนึ่ง หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งถูกผลักให้รองรับความโกรธ และการกล่าวโทษอันหลากล้น ที่ตามมาหลังเหตุหายนะ

          ปรักปรำศาสตร์ เป็นหนังสือไม่ปรักปรำใคร แต่แฉการปรักปรำทั่วไปในประวัติศาสตร์โลก (ไม่มีไทย) ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันได้อย่างอัศจรรย์ใจ