มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2558

 

วัฒนธรรมร่วม (2)

คนน้อย พื้นที่มาก ไม่มีชายแดน

 

          อาเซียน หรืออุษาคเนย์ มีวัฒนธรรมร่วมหลายอย่างมานานหลายพันปีแล้ว เพราะอยู่เขตมรสุมเดียวกันทั้งส่วนที่เป็นแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะ จึงมีประวัติศาสตร์ร่วมกันอย่างแยกไม่ได้

          แล้วมีวัฒนธรรมร่วมกันแบ่งกว้างๆ เป็น 2 ระยะ คือ ก่อนอินเดีย และหลังอินเดีย

          วัฒนธรรม เป็นคำผูกขึ้นใหม่ ถอดจากภาษาอังกฤษว่า culture หมายถึงวิถีชีวิตของคน มีทั้งดีและไม่ดี ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนถึง กิน ขี้ ปี้ นอน

          ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ อธิบายว่าวัฒนธรรมหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน และคนกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่งตายตัว

          วิถีอย่างนี้มีเหมือนกันหมดทั่วทั้งอาเซียนอุษาคเนย์ที่อยู่ในเขตมรสุมเดียวกัน จึงเรียกวัฒนธรรมร่วมของอาเซียน

วัฒนธรรมร่วม (2) 9-01-58-1

ก่อนอินเดีย

          ก่อนอินเดีย หมายถึง ก่อนรับอารยธรรมจากอินเดีย ตั้งแต่หลายแสนหลายหมื่นหลายพันปีมาแล้ว จนถึงราว พ.ศ. 1000

          คนพื้นเมืองดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ในอาเซียน มีวัฒนธรรมร่วมอยู่แล้ว ก่อนรับอารยธรรมจากอินเดีย

 

หลังอินเดีย

          หลังอินเดีย หมายถึง หลังรับอารยธรรมจากอินเดีย ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000

          คนพื้นเมืองรับวัฒนธรรมจากอินเดียมาประสมประสานวัฒนธรรมดั้งเดิม แล้วเกิดวัฒนธรรมใหม่ ที่มีทั้งคล้ายคลึงกันและแตกต่างกัน มี 3 ระยะ คือ

          (1) รับศาสนาพราหมณ์-พุทธ กับ (2) รับศาสนาอิสลาม และอื่นๆ (3) รับอาณานิคม

 

Human

 

 

คนน้อย พื้นที่มาก

          อุษาคเนย์โบราณมีพื้นที่กว้างขวาง ตั้งแต่ตอนใต้ของจีน ยื่นยาวลงไปถึงหมู่เกาะอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, นิโคบาร์, และอันดามัน

          แต่มีคนไม่มาก จากการขุดค้นของนักโบราณคดีพบการตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานกระจัดกระจายห่างๆ จนถึงห่างไกลกันมาก จึงมีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจำนวนมาก

          ด้วยเหตุนี้เอง ความขัดแย้งสมัยหลังๆ จนเป็นสงคราม ทำให้ฝ่ายชนะกวาดต้อนฝ่ายแพ้เป็นแรงงาน เรียกเชลย ข้า ไพร่ ทาส

human2

          นอกจากฝ่ายชนะได้แรงงานมากขึ้นไปบุกเบิกหักร้างถางพงพื้นที่ว่างเปล่าเป็นชุมชนและไร่นาแล้ว ยังเกิดการประสมประสานทางเผ่าพันธุ์หลากหลายขึ้นด้วย จนมีคำเปรียบเปรยสมัยหลังว่าคนในอุษาคเนย์เป็นลูกผสมร้อยพ่อพันแม่

          ดังนั้น คนพูดได้มากกว่า 1 ภาษา หรือหลายภาษา เป็นเรื่องปกติธรรมดา ภาษาพูดจึงปนกันจนแยกชัดเจนไม่ได้ เช่น ภาษาพูดของไทย มีคำจากหลายตระกูลอยู่ปนกัน แล้วรวมเรียกเป็นคำไทย หรือภาษาไทย

human3

 

ไม่มีชายแดน

          ในอุษาคเนย์ ไม่มีใครให้ความสำคัญเรื่องดินแดน เพราะคนน้อย พื้นที่มาก จะเคลื่อนย้ายถ่ายเทไปตั้งหลักแหล่งตรงไหน? เมื่อไร? ก็ได้

          จึงไม่มีชายแดน เพราะไม่มีพรมแดนของใครของมัน (ไม่มีเส้นกั้นอาณาเขตเหมือนปัจจุบัน)

          จะมีก็แต่ชุมชนรอบในหนาแน่น กับรอบนอกไม่หนาแน่น จนถึงเบาบางห่างๆ กันยิ่งออกไปไกลๆ ก็ยิ่งเบาบางจนหายไปเลย

          เมื่อเติบโตเป็นบ้านเมืองและรัฐในสมัยหลังๆ แล้ว ก็ไม่มีชายแดน เพราะไม่มีเขตแดนแน่นอน

          ชายแดนเริ่มมีเมื่อเป็นรัฐชาติ ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง