มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2558

 

ทุบกำแพงวังเดิมเป็นคอร์รัปชั่น?

         “คอร์รัปชั่นคือการใช้อำนาจโดยมิชอบ”

         “คอร์รัปชั่นเป็นอาการของความไม่เท่าเทียมในสิทธิและโอกาส ระหว่างผู้มีอำนาจกับผู้ไร้อำนาจ”

         “การต่อสู้กับคอร์รัปชั่น หมายถึงการทำให้ผู้มีอำนาจเกิดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองทำ”

         [คัดจากหนังสือ สังคมไทยในวังวนแห่งวิกฤตเปลี่ยนผ่าน แปลจาก In the vertigo of change: How to resolve Thailand’s transformation crisis ของ มาร์ค ศักซาร์ Marc Saxer โดย คณะผู้แปล ภัควดี วีระภาสพงษ์, สฤณี อาชวานันทกุล, ธร ปีติดล, ภูมิ น้ำวล, ฐณฐ จินดานนท์]

         อย่างนี้กิจกรรมทุบกำแพงพระราชวังเดิมโดยผู้มีอำนาจ ย่อมถือเป็นคอร์รัปชั่นด้วย

         ค้านทุบกำแพงวังเดิม มีข่าวในมติชนรายวัน ดังนี้

         “บ้านเราไม่ค่อยรักษาของเก่า แต่ชอบรื้อออกเพื่อสร้างของใหม่เลียนแบบของเก่า แล้วจัดงานโหยหาอดีต”

         อ. จุฑามาศ ประมูลมาก ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวในงานเสวนา “กำแพงเก่าที่วังพระเจ้าตาก ทุบแล้วได้อะไร?” ที่ มธ. ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2558

         แล้วย้ำอีกว่ากำแพงพระราชวังเดิมที่มีกระแสข่าวว่ากองทัพเรืออาจทุบเพื่อปรับภูมิทัศน์นั้นสร้างหลายยุคสมัย “แต่ไม่ว่าสร้างในสมัยไหนถือเป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญต่อประวัติศาสตร์โรงเรียนนายเรือ การรื้อถอนหรือทำสิ่งใดต้องใส่ใจทั้งสิ้น”

         “กำแพงวังเดิมมีใบเสมาอยู่ด้านบน ซึ่งจะมีได้ก็ต่อเมื่อเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นเจ้าฟ้าขึ้นไป ฉะนั้น ถ้าทุบกำแพงนี้คือทุบกำแพงเจ้า อ. พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ มธ. กล่าวถึงพระราชวังเดิมในเชิงประวัติศาสตร์โบราณคดี แล้วบอกอีกว่า

         “ทหารเรืออย่าไปทำอะไรเลย กำแพงพระราชวังเดิมมีคุณค่าอยู่ที่ความทรงจำและประวัติศาสตร์ของมัน ไม่ว่าจะสร้างขึ้นในสมัยไหน หากทุบทิ้งไปนอกจากจะทำลายตัวตนของทหารเรือแล้ว ยังถือเป็นการทุบประวัติศาสตร์ชาติด้วย”

         [มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2558 หน้า 14]

         นักวิชาการอาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง ชอบกล่าวโทษสังคมไทยว่าขาดสำนึกสงวนรักษาอิฐหักกากปูน ที่เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี

         แต่อาจารย์นักวิชาการกลุ่มนี้ไม่เคยมีความเห็นหรือคำอธิบายทางวิชาการ กรณีพระราชวังเดิมและกำแพงที่จะถูกทุบ

         “นักวิชาการนั้นไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคมเลย ไม่ว่าเขาจะเก่งแค่ไหน หรือค้นพบอะไรที่สำคัญมากแค่ไหน หากเขาไม่สื่อสารกับคนอื่น จะเพราะไม่อยากสื่อสารเอง หรือถูกห้ามสื่อสารก็ตาม เขาก็ไม่ได้ทำอะไรให้สังคมเลย”

         [รัฐ-ทุน-นักวิชาการ ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2558 หน้า 20]