มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2558

 

สังคมไทยเกือบเป็นสมัยใหม่

          สังคมไทยในวังวนแห่งวิกฤตเปลี่ยนผ่าน เป็นหนังสือทำความเข้าใจปัญหาการเมืองร่วมสมัย และเสนอวิธีคิดเพื่อหาทางออกให้สังคมไทย

          อ่านจบเล่มภาษาไทย (ไม่ทุกตัวอักษร) โดยไม่รู้สึกว่าอ่านหนังสือแปล ทั้งๆแปลจากภาษาอังกฤษ สำนวนแปลส่วนมากดูราวจะ“อิน”กับเนื้อหาและเหตุการณ์ เหมือนมีไฟในถ้อยคำที่ใช้ ทำให้อ่านอร่อยกว่าหนังสือแปลประเภทเดียวกัน

          และไม่รู้สึกว่ามีหลายสำนวนโวหาร เพราะกลมกลืนทั้งเล่ม ทั้งๆแปลหลายคนโดยมีชื่อบอกไว้ด้วยว่าใครแปลบทไหน?

          สังคมไทยในวังวนแห่งวิกฤตเปลี่ยนผ่าน แปลจาก In the vertigo of change: How to resolve Thailand’s transformation crisis ของ มาร์ค ศักซาร์ Marc Saxer โดย คณะผู้แปล ภัควดี วีระภาสพงษ์, สฤณี อาชวานันทกุล, ธร ปีติดล, ภูมิ น้ำวล, ฐณฐ จินดานนท์

          ที่ตะเกียกตะกายหาอ่านเล่มนี้ เพราะศรัทธาเชื่อถือคำแนะนำของ อ. ผาสุก พงษ์ไพจิตร เขียนบอกในบทความเรื่อง ทำไมต้องอ่านหนังสือเล่มใหม่ ของ มาร์ค ศักซาร์ (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2558 หน้า 20)

          ไทยไม่โดดเดี่ยวตั้งแต่ยุคเหล็กราว 2,000 ปีมาแล้ว

          เพราะมีพัฒนาการเป็นส่วนหนึ่งของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ (หรืออาเซียนโบราณ) ขณะเดียวกันก็ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ เพราะอยู่บนเส้นทางการค้าโลก ในสังคมโลก

          จึงเคลื่อนไหวปรับเปลี่ยนตัวเองตลอดมาด้วยความเป็นสมัยใหม่เพื่ออยู่รอด

          รวมทั้งมีความหลากหลายทั้งทางสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจการเมืองสืบจนปัจจุบัน (และต่อไปในอนาคต)

          การปรับเปลี่ยนทุกครั้งไม่ว่าจะย้อนหลังนานขนาดไหน ต้องมีลักษณะ“บ่อนเซาะรากฐานเชิงคุณค่าตามจารีตดั้งเดิม และสร้างความตึงเครียดให้ระบบการเมือง” ทำให้“มีความพยายามทุกอย่างที่จะธำรงรักษาสถานภาพเดิมไว้”

          แต่แล้วมันเป็นไปไม่ได้ เพราะครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่เคยบอกว่าเข็มทิศนาฬิกาแม้จะถูกหมุนกลับถอยหลัง ก็จะเดินหน้าไปถึงจุดที่ไม่ต้องการเสมอ

          ในที่สุด“ระเบียบสังคมและระเบียบการเมืองเก่าก็จะพังทลายลง”ไปเอง         

          “กระนั้นก็ตาม ระเบียบการเมืองใหม่ย่อมไม่อุบัติขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่จำเป็นต้องต่อสู้ให้ได้มาอย่างยากลำบากด้วยวิธีการไม่ใช้ความรุนแรง ตราบที่ระเบียบการเมืองไม่ปรับตัวให้ตอบสนองความต้องการของระบบเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและสังคมที่เป็นพหุนิยม ความขัดแย้งระยะเปลี่ยนผ่านก็จะดำรงอยู่ต่อไป”

          “เพื่อแก้ไขคลี่คลายความขัดแย้งระยะเปลี่ยนผ่าน สังคมไทยจำเป็นต้องตกลงกันเพื่อสัญญาประชาคมใหม่”

          [ข้อความในเครื่องหมายคำพูด คัดจากหนังสือ หน้า 29]

          มีถ้อยคำและข้อความมากมายหลายแห่งในเล่มนี้ ซึ่งผมเคยอ่านพบในที่อื่นบ้าง แต่ไม่เข้าใจ ไม่ตาสว่าง พออ่านเล่มนี้แล้วคิดว่าเข้าใจและตาสว่าง เช่น ระเบียบศีลธรรมแนวดิ่ง

          “คนที่อยู่บนสุดของลำดับชั้นทางสังคม คือคนที่ถูกมองว่ามีศีลธรรมสูงส่ง คนที่อยู่ล่างสุดก็ถูกมองว่ามีศีลธรรมต่ำ” (หน้า 175)

          “วาทกรรมการเมืองเชิงศีลธรรม ยังคงเป็นวาทกรรมหลัก ทำให้สังคมไทยปรับตัวเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ยากเป็นพิเศษ” (หน้า 178)

          ดังนั้น “ต้องทำลายการครอบงำของวาทกรรมการเมืองเชิงศีลธรรม ซึ่งเป็นบ่อเกิดหลักของพลังฝ่ายปฏิกิริยา” (หน้า 282)

          ไม่ง่าย แต่ต้องไม่สิ้นเพียร