มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 28 มกราคม 2558

 

ครูไม่เปลี่ยน การเรียนการสอนก็ป่วย

           การเรียนการสอนในสถานศึกษาไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปแบบดั้งเดิม ไม่พัฒนา

           สาเหตุสำคัญซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงการสอน มีบอกในข้อเขียนเรื่องปฏิรูปการศึกษาไทย พายเรือในอ่าง ของ วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ (ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 12 – วันพุธที่ 14 มกราคม 2558 หน้า 23 และฉบับวันพฤหัสบดีที่ 15 วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558 หน้า 23) สรุปสาระสำคัญได้ว่า

           1. ผู้สอนจบการศึกษามาด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบเก่า ทำให้แรงจูงใจที่จะเปลี่ยนการสอนเป็นแบบใหม่มีไม่มาก หรือไม่มี ถ้าจะเปลี่ยนการสอนแบบใหม่เป็นเรื่องยุ่งยากกว่าการสอนแบบเดิมที่ทำมานาน

           2. ขาดการแสวงหาความรู้ต่อเนื่อง ขาดเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และส่วนมากขาดประสิทธิภาพในการติดตามผล

           ถ้ายังวนเวียนอยู่กับการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ยุบย้ายหน่วยงาน เพิ่มลดวิชา ปรับเปลี่ยนหลักสูตร ก็คงต้องพายเรือในอ่างกันต่อไป

           เพราะครูไม่เปลี่ยน การเรียนการสอนก็ป่วย ตั้งแต่ระดับประถม จนอุดม

           ครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็ไม่พัฒนา มากไปกว่าครูในโรงเรียนระดับประถม, มัธยม

 

ไหว้ครูอำนาจนิยม

           พิธีไหว้ครูในโรงเรียน สะท้อนวัฒนธรรมอำนาจนิยม, อนุรักษนิยม แบบ “ครูไม่เปลี่ยน การเรียนการสอนก็ป่วย”

           โรงเรียนทั่วประเทศมีพิธีไหว้ครูก่อนสถาบันอื่น ต่อมามหาวิทยาลัยต่างๆก็รับแบบแผนไหว้ครูจากโรงเรียนไปทำบ้างสืบจนปัจจุบัน

           พิธีไหว้ครูเน้นให้นักเรียนนักศึกษาหมอบคลานหรือคลานเข่า ยกพานดอกไม้ธูปเทียนบูชาครูผู้สอนปัจจุบัน ที่นั่งห้อยขาเรียงแถวบนเก้าอี้รอรับการบูชากราบไหว้จากนักเรียนนักศึกษา

           “เน้นความสูงส่งของครูผู้สอนให้นักเรียนระย่อ” (ระย่อ แปลว่า ขยาด, แหยง, กลัว)

           ทั้งหมดที่ยกมา อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกในข้อเขียนเรื่องวุฒิภาวะทางสังคม (มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 2-8 มกราคม 2558 หน้า 31)

           พิธีไหว้ครูอย่างนี้เป็นวัฒนธรรมสร้างใหม่เมื่อหลัง พ.ศ. 2500 ช่วงต้นๆ เมื่อ       จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ แล้วถูกตัดสินเด็ดขาดชัดเจน ว่าไทยเป็นสังคมมีหัวมีก้อย และระเบียบกฎเกณฑ์ที่ให้สิทธิแก่หัวและก้อยไม่เท่ากัน “คือรากฐานสำคัญของระบอบเผด็จการที่ได้รับการสนับสนุนจากหัวจำนวนมาก”

           ไหว้ครู เป็นประเพณีดั้งเดิมของชุมชนดึกดำบรรพ์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ สืบเนื่องจากพิธีเลี้ยงผีราว 3,000 ปีมาแล้ว

           หมายถึงพิธีกรรมที่บรรดาครูและศิษย์ปัจจุบัน ร่วมกันขอขมาคารวะครูผี (คือครูที่ตายไปแล้ว) บางท่านได้รับยกย่องเป็นเจ้า, เทพ, เทวดา เช่น พระอีศวร หรือฤๅษีตาไฟ

           พิธีไหว้ครูในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไม่เชื่อมโยงกับประเพณีดั้งเดิม เพราะกำหนดให้นักเรียนไหว้ครูปัจจุบัน ที่ยังโลภะ โทสะ โมหะ และบางคนมีคอร์รัปชั่นก้อนมหึมามหาศาล