มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2558

 

ราชาพ็อคเก็ตบุ๊กเมืองไทย

          สุพล “เฮียชิว” เตชะธาดา เจ้าของ ผู้สถาปนาสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เมื่อ พ.ศ. 2504 เป็นนักอ่าน

          แต่ไม่อ่านเหมือนทั่วไป หากอ่านตามความหมายกว้าง คือ

          อ่านหนังสือ, อ่านคนเขียนหนังสือ, และอ่านตลาดหนังสือ

          วงการสำนักพิมพ์ยุคก่อนหน้านี้ จึงยกย่องให้เกียรติเฮียชิว สุพล เป็น “ราชาพ็อคเก็ตบุ๊กเมืองไทย” อย่างเต็มภาคภูมิ

          ส่งผลข้างเคียงให้ราชการยอมรับแล้วจัดเก็บพ็อคเก็ตบุ๊กไว้ในหอสมุดแห่งชาติ เพราะก่อนหน้านั้นปฏิเสธหนังสือประเภทนี้ไม่มีคุณค่าเท่าปกแข็ง

          ความเป็นนักอ่านของเฮียชิว สุพล เป็นที่รับรู้ทั่วไป เพราะราว พ.ศ. 2547 ขรรค์ชัย บุนปาน มอบหมายให้ผมทำต้นฉบับเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การพิมพ์ในประเทศไทย ตั้งแต่ยุคอยุธยา จนถึงยุคประพันธ์สาส์นและมติชน

          ผมเชิญชวนอาจารย์มหาวิทยาลัย และคนอื่นๆอีกหลายคนมาร่วมค้นคว้าตรวจสอบจนได้ต้นฉบับพิมพ์เป็นเล่มชื่อ สยามพิมพการ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549)

          ส่วนสุดท้ายของเล่มว่าด้วยประพันธ์สาส์น มีรายละเอียดเกี่ยวข้องงานสร้างสรรค์สำนักพิมพ์ของเฮียชิว สุพล ตั้งแต่ยุคบรรพชน (ที่วังบูรพา) จนเป็นประพันธ์สาส์น (ที่เวิ้งนาครเขษม) มีข้อความตอนหนึ่งว่า

          “เมื่อแรกตั้งสำนักพิมพ์ในปี พ.ศ. 2504 สุพล เจ้าของสำนักพิมพ์ต้องทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่ยากเย็นนัก เพราะเป็นงานที่คุ้นเคยมาตั้งแต่ช่วยทำสำนักพิมพ์ผดุงศึกษาของบิดา และเพราะเป็นผู้ที่อ่านหนังสือมาก จึงจับแนวโน้มของตลาดหนังสือได้ว่าหนังสือประเภทใดกำลังเป็นที่นิยม รวมทั้งรู้จักบรรดานักประพันธ์แต่ละรุ่นเป็นอย่างดี”

          ย้อนหลังกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2511 เฮียชิว สุพล พิมพ์หนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กชื่อ ครึ่งรักครึ่งใคร่ รวมเรื่องสั้นในเล่มเดียวกันชุดแรกของนักศึกษา 2 คน จากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ชื่อ ขรรค์ชัย บุนปาน กับ สุจิตต์ วงษ์เทศ

          [โดยการผลักดันอย่างสำคัญของ ณรงค์ จันทร์เรือง ซึ่งเพิ่งเขียนเล่าไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม นี้เอง ไม่คาดคิดว่าผมจะต้องเขียนซ้ำอีกครั้งติดๆกัน]

          สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นเป็นที่รู้จักตั้งแต่แรกตั้ง พ.ศ. 2504 เพราะพิมพ์หนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กของนักเขียนแถวหน้า (สมัยนั้น) เช่น น้อย อินทนนท์ (มาลัย ชูพินิจ), มนัส จรรยงค์, ฯลฯ รวมทั้งนิยายจีนกำลังภายในของ ว. ณ เมืองลุง

          ผมไม่เป็นนักอ่าน และไม่ใฝ่ฝันเป็นนักเขียน เพราะมาจากเด็กบ้านนอกคอกนา อาศัยข้าวก้นบาตรพระในกรุงเทพฯเรียนหนังสือตามยถากรรม ไม่อยู่ในสิ่งแวดล้อมของการอ่านการเขียนร่วมสมัย

          แต่รู้จักชื่อและงานนักเขียนแถวหน้ายุคนั้น ผ่านคำบอกเล่าของขรรค์ชัย บุนปาน กับ เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ ที่เขียนหนังสือชำนาญแล้ว จึงนึกสนุกเขียนเล่นๆเลียนแบบสองคนนั้น ตามประสาวัยรุ่นไร้สาระที่เป็นเด็กวัดระดับปลายแถวล่างๆ โดยไม่คิดเป็นจริงเป็นจัง

          เมื่อเฮียชิวเมตตาสนับสนุนเอาเรื่องสั้นไปรวมพิมพ์กับขรรค์ชัย เท่ากับเสือกไสให้ผมโผล่พ้นปากหลุมของความโง่เขลา จึงเป็นอะไรที่คิดไม่ถูก คาดไม่ถึง

          เพราะชื่อชั้นสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เมื่อเทียบกับนักเรียนน้อยหัดเขียนหนังสือแล้วก็เหมือนหมาเห็นเครื่องบิน

          ขรรค์ชัยเหน็บเอาผมติดสอยห้อยตามไปทำงานสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนโบราณคดี ได้ค่าจ้างอย่างดีเอาไปเลี้ยงตัวเองและน้องๆอยู่รอดมาจนบัดนี้

          แล้วยังเหลือให้ผมใช้เรียนหนังสือสอบตกซ้ำซาก กว่าจะผ่านมาได้ก็เลือดตาแทบกระเด็น ด้วยพระคุณจากเฮียชิว สุพล ที่ยังอยู่ในความทรงจำของคนจำนวนมหาศาล ซึ่งมีผมเป็นผงธุลีรั้งท้ายไกลๆรวมอยู่ด้วย