มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 20 มกราคม 2558

 

สูงสุดคืนสู่สามัญ ของ นิธิ

          “ตั้งใจเขียนให้ง่าย เพื่อประโยชน์แก่ผู้อ่านทั่วไป”

          เป็นใจความสำคัญที่บอกทิศทางการเขียนงานวิชาการอย่างง่ายๆของนักปราชญ์ศาสตราจารย์คืนสู่สามัญ ชื่อ นิธิ เอียวศรีวงศ์

          เพื่อแบ่งปันคนอ่านทั่วไปซึ่งมีมากและไม่วิชาการ

          (เก็บจากข้อความวงเล็บในข้อเขียนเรื่องมองการเมืองไทยผ่านกรัมซี่ พิมพ์ใน มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2557 หน้า 20)

nithi20-01-58 1

          อ. นิธิ มีคุณสมบัติทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์, ดร. ที่สูงสุดคืนสู่สามัญ จึงเขียนให้ง่ายทางวิชาการ เพื่อแบ่งปันคนอ่านทั่วไปมานานนับหลายสิบปี พิมพ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม (รายเดือน) กับมติชน (รายวันและรายสัปดาห์)

          แล้วมีผู้รวบรวมข้อเขียนง่ายๆเหล่านั้น พิมพ์รวมเล่มวางขายทั่วไปแล้วหลายชุด มีคนทั่วไปซื้ออ่าน เพราะอ่านเข้าใจง่าย จนสำนักพิมพ์มติชนต้องพิมพ์ซ้ำ บางเล่มพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง เพราะไม่ล้าสมัย ไม่ตกกระแส

          ผู้บริหาร (บางคน) ของกรมศิลปากร เคยประกาศต่อหน้าผู้สื่อข่าว ว่านิตยสารศิลปวัฒนธรรมของมติชนใช้อ้างอิงวิชาการไม่ได้ เพราะไม่เป็นวิชาการ ต่างจากวารสารศิลปากรของกรมศิลปากร เป็นวิชาการ ใช้อ้างอิงได้

          (แต่เหตุใดจึงไม่มีคนอ่านนิตยสารศิลปากรไปอ้างอิง? ไม่ยอมบอกให้คนอื่นรู้)

          นักวิชาการอาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง บอกนักศึกษาและคนทั่วไปว่าพวกเขาทำงานวิชาการบริสุทธิ์ ไม่ตามกระแสสังคม ไม่เกี่ยวการเมือง (เช่น ขุดค้นทางโบราณคดี แล้ววิจัยทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ซึ่งเป็นงานของคนชั้นนำมีอำนาจการเมืองการปกครองในอดีต เพื่อประจบปัจจุบัน)

          ไม่ตามกระแสสังคม หมายถึง ไม่ค้นคว้าวิจัยอธิบายด้วยตัวเองต่อความเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีปรากฏการณ์ หรือมีกระแสอยู่ขณะนั้น ขณะเดียวกันก็ครอบงำคนอื่นให้ไม่กล้าอธิบายด้วย แม้กระแสที่มีนั้นจะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์โบราณคดีโดยตรง ทั้งถูกและผิดก็ไม่ใส่ใจ

          เช่น กรณีมีความเคลื่อนไหวจากข้าราชการในเครื่องแบบกลุ่มหนึ่งจะรื้อทำลายกำแพงพระราชวังเดิม ซึ่งเป็นโบราณสถาน, และกรณีทางการไทยอ้างว่าปัตตานีอยู่ในดินแดนของพ่อขุนฯรัฐสุโขทัย ซึ่งไม่จริง

          เมื่อเป็นอย่างนี้ก็เท่ากับจะบอกว่านักวิชาการที่ทำงานตามปรากฏการณ์ทางสังคม หรือตามกระแสสังคม เป็นพวกไม่บริสุทธิ์ เพราะวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวข้องการเมือง เช่น งานของ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ และ ฯลฯ

          นี่ไงล่ะพยานสำคัญ ที่แฉว่ามหาวิทยาลัยของระบบการศึกษาไทยถึงมีคุณภาพรั้งท้ายทั้งในอาเซียนและในโลกif (document.currentScript) {