มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2558

 

ลาว ปน มอญ-เขมร เป็นไทย

           การเคลื่อนย้ายถ่ายเทไปๆมาๆของคนหลากหลายชาติพันธุ์บริเวณสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ นี่แหละ ประวัติศาสตร์ไทย

           หรือจะสรุปอีกอย่างก็ได้ว่าประวัติศาสตร์ไทยเป็นเรื่องของการเคลื่อนย้ายคนและทรัพยากร แต่ไม่ใช่อพยพ

           เคลื่อนย้าย หมายถึง คนกลุ่มหนึ่งแยกครัวจากที่เดิมไปอีกที่หนึ่ง โดยเครือญาติผู้ใหญ่ไม่ไปไหน ยังตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เดิม จึงมีกิจกรรมเยี่ยมยามเดินทางไปมาหาสู่ หรือไปๆมาๆระหว่างถิ่นเดิมกับที่ใหม่ตลอดเวลา

           มีหลักฐานและร่องรอยอยู่มากในตำนานนิทาน เช่น เรื่องขุนบรม เล่าว่ามีลูกหลานเคลื่อนย้ายแยกครัวไปๆมาๆระหว่างลุ่มน้ำโขงกับลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำอื่นๆหลายแห่ง แต่บรรพชนยังตั้งหลักแหล่งที่เดิมบริเวณลุ่มน้ำโขง

           อพยพ หมายถึง คนกลุ่มหนึ่งยกครัวถอนรากถอนโคนออกจากที่เดิมโดยไม่เหลือเครือญาติตกค้างที่เก่า แล้วร่อนเร่พเนจรหนีไปที่ใดที่หนึ่งอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง และไม่รู้อนาคตจะรอดหรือไม่

           ประวัติศาสตร์ไทยฉบับอาณานิคม ให้ความสำคัญเรื่องการอพยพถอนรากถอนโคน

           ว่าเชื้อชาติไทยแท้ดั้งเดิมมีจริงอยู่บริเวณเทือกเขาอัลไต (ในเขตมองโกเลีย อยู่เหนือจีนขึ้นไป) และน่านเจ้า แล้วถูกรุกรานขับไล่ ต้องอพยพหนีลงมาอยู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา บริเวณประเทศไทยปัจจุบัน ซึ่งเท่ากับมาแย่งดินแดนของมอญและเขมรที่เป็นเจ้าของเดิมอยู่ก่อน

           หลักฐานมากมายก่ายกองเป็นพยานว่าเรื่องนี้ไม่จริง และทางการยกเลิกแนวคิดอพยพอย่างนี้ไปนานราว 30 ปีมาแล้ว

           แต่สถาบันการศึกษาและบรรดาแม่ทัพนายกองส่วนมากไม่ยอมรับรู้ จึงยังครอบงำสั่งสอนว่าคนไทยอพยพถอนรากถอนโคน (จากที่ไหนก็ไม่รู้?) จนทุกวันนี้

writer 30

           ที่เขียนบอกเล่ามานี้ เพราะได้อ่าน WRITER เลือดอีสาน (ฉบับธันวาคม 2557) จากคุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ มีเมตตาหามาให้อ่านคลายเขลา

           ในเล่มนี้มีกล่าวถึงไทย-ลาว“อพยพ”อยู่บ่อยๆ ซึ่งควรเรียกว่า“เคลื่อนย้าย” จะสอดคล้องไปกันได้ดีกว่ากับหลักฐานที่พบมากๆ

           แต่ไม่เคร่งครัดอะไร ใครอยากใช้อย่างไหนก็ได้ตามสะดวก

           การเคลื่อนย้ายคนและทรัพยากรจากลุ่มน้ำโขงลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทยอยมีมาไม่น้อยกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ในยุคโลหะ (ไม่ใช่เพิ่งมีสมัยกรุงธนบุรีและกรุงเทพฯ)

           แต่มีครั้งใหญ่ราวหลัง พ.ศ. 1500 เพราะผลกระทบจากการค้าโลกและสำเภาจีน ส่งผลให้ต่อไปข้างหน้าคนกลุ่มหนึ่งบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาเรียกตัวเองเก่าสุดว่าคนไทย ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบหลักฐานเรียกตัวเองว่าคนไทย

           (ผมเขียนเล่ารายละเอียดพร้อมแสดงหลักฐานไว้ในหนังสือ สุพรรณบุรี มาจากไหน? กรมศิลปากร พิมพ์แจกเมื่อสิงหาคม พ.ศ. 2557 ถ้าหาไม่ได้ ให้ดูในเว็บ ไม่สงวนลิขสิทธิ์)

สุพรรณบุรี มาจากไหน? ดูในเว็บไซต์ sujitwongthes.com

สุพรรณบุรี มาจากไหน? ดูในเว็บไซต์ sujitwongthes.com

           ผลของการเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่ ทำให้ภาษาและวรรณกรรมยุคอยุธยา มีส่วนผสมของวัฒนธรรมลาวจากลุ่มน้ำโขง (ใครรู้คำลาว ก็รู้ลึกซึ้งในวรรณกรรมและจารึกโบราณของลุ่มน้ำเจ้าพระยา) แล้วเกิดลักษณะใหม่ คือลาวปนมอญ-เขมร (ที่อยู่มาก่อน) เช่น

           สำเนียงหลวงของอยุธยาอย่างเดียวกับเหน่อสุพรรณแบบลุ่มน้ำโขง, แถน จากลุ่มน้ำโขง คือ ขุนแผน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, ระเบ็ง จากเซิ้งบั้งไฟ, โคลงไทย ได้จากโคลงลาว, ขับเสภา ได้เค้าการละเล่นจากลุ่มน้ำโขง, พระรถ เมรี และนางมโนราห์ นิทานบรรพชนลาว เป็นละครชาวบ้านยอดนิยมยุคอยุธยา

           ฟ้าฟื้น (ในชื่อดาบฟ้าฟื้นของขุนแผน) เป็นชื่อผีบรรพชนของตระกูลลาวลุ่มน้ำโขง มีในจารึกสุโขทัย หลักที่ 45 ปู่สบถหลาน แสดงว่าดาบฟ้าฟื้นเป็นสัญลักษณ์บรรพชนสายลาว