มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 14 มกราคม 2558

 

อยุธยา ยังน่าเที่ยวอยู่หรือ?

           ไทยในกำกับวิธีคิดและวิธีทำโดยรัฐราชการ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ทำให้ของดีมีอยู่ต้อง“เสียของ” ดูได้จาก“ขายไม่เป็น” การท่องเที่ยวอยุธยา เมืองมรดกโลก

           อยุธยา มีจุดขายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหลายด้าน เช่น

           ด้านสังคมวัฒนธรรม เกี่ยวกับวิถีชีวิต เศรษฐกิจการเมือง และ“กิน ขี้ ปี้ นอน” ของประชากรในสังคมไพร่ตามประเพณีราษฎร์ และ

           ด้านศิลปวัฒนธรรม เกี่ยวกับวังกับวัด (ของวัง) และร้องรำทำเพลงของมูลนายคนชั้นสูงตามประเพณีหลวง

           ควรให้น้ำหนักด้านสังคมวัฒนธรรมของไพร่บ้านพลเมืองทั่วไป ที่ตื่นเต้นเร้าใจสนุกสนาน ซึ่งขายได้และขายดี หรืออย่างน้อยก็ให้ความสำคัญทัดเทียมกัน ประสมประสานสอดคล้องไปด้วยกันอย่างก้าวหน้า

           แต่ไทยเลือกให้ความสำคัญด้านเดียวอย่างคับแคบ เฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมของผู้ดีมูลนายคนชั้นสูงตามประเพณีหลวง จืดชืด ที่ขายไม่ออก แต่หลอกตัวเอง

           เรื่องนี้เป็นที่รู้มานานมากแล้ว และมีผู้วิพากษ์วิจารณ์แนะนำร้องขอให้แก้ไขปรับเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 30 ปีมาแล้ว แต่รัฐราชการทำได้แค่นี้ เท่าที่เห็นเป็นซากทุกวันนี้

           รัฐราชการ“คุณสมชาย” ปัจจุบันคงทำอะไรไม่ได้ดีกว่านี้อีกแล้ว สาบานได้

           ดังนั้นสาระอันเป็นสากลของอยุธยา บนเส้นทางการค้าโลก จึงไม่มี เช่น

           1. อยุธยา เมื่อราว 500 ปีมาแล้ว เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าโลกสืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคทวารวดี

โดยมีพ่อค้าคนกลางเดินทางค้าขายเลียบชายฝั่ง เป็นตระกูลชวา-มลายู และจีน-ญี่ปุ่น

ส่งผลให้คนทั่วไปในอยุธยามีหลายชาติพันธุ์ ดังคำโบราณว่า“ร้อยพ่อพันแม่”

           2. จีนยกย่องอยุธยาเป็นประตูการค้าของจีน เสมือนสะพานเชื่อมโยงการค้าระหว่างตะวันออก-ตะวันตก

เพราะจีนไม่ยินดีให้พ่อค้าตะวันตกติดต่อโดยตรง แต่ให้มาแลกเปลี่ยนค้าขายกับจีนที่อยุธยา

           3. อยุธยา อยู่ใกล้อ่าวไทย มีแม่น้ำใหญ่เชื่อมโยงการค้าทางทะเลสมุทรได้ทั้งโลก

           แล้วมีแม่น้ำลำคลองรอบอยุธยาอย่างใยแมงมุม เป็นเส้นทางคมนาคมลำเลียงสินค้าจากภายในส่งขายแลกเปลี่ยนกับนานาชาติที่มาจากภายนอก

           ทำให้รอบเกาะเมืองอยุธยาเป็นที่ราบลุ่มรับน้ำธรรมชาติ หรือแก้มลิงขนาดมหึมา

           แต่ความมักได้เฉพาะหน้าของคนชั้นนำมีอำนาจที่ผ่านมา พากันเอาที่ราบลุ่มรับน้ำเป็นย่านอุตสาหกรรม ทำลายแก้มลิงธรรมชาติ แล้วทำลายตัวเองไปพร้อมๆกัน (เมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554)

           อยุธยาถูกทำลายตั้งแต่ยุครัฐจารีต จนถึงยุครัฐราชการปัจจุบัน

           และถูกทำลายทั้งจากคนภายนอกที่เข้าไปตักตวงประโยชน์เฉพาะหน้า กับคนภายในท้องถิ่นเอง ดังเห็นแก่ตาทุกวันนี้ว่าอยุธยาโสโครกขนาดหนัก

           “ถ้าท่านไม่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา” (ความตรงนี้เป็นคำพังเพยฝรั่ง จำจากหนังสือเล่มหนึ่งของ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ)

           เลยยกฝากให้สถาบัน“อยุธยาศึกษา” ช่วยพิจารณา

ตุ๊กตาดินเผารูปเด็กแก้ผ้า ทำท่ายืนเยี่ยว พบบริเวณเกาะเมืองอยุธยา (เคยจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อยุธยา)

ตุ๊กตาดินเผารูปเด็กแก้ผ้า ทำท่ายืนเยี่ยว พบบริเวณเกาะเมืองอยุธยา (เคยจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อยุธยา)