Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2557

 

เมืองมโหสถ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี

ได้ชื่อจากชาดกเรื่องพระมโหสถ

 

         เมืองมโหสถ เป็นเมืองโบราณใน อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี

         ได้ชื่อจากนิทานชาดกเรื่องพระมโหสถ ที่คนพวนเมื่อถูกกวาดต้อนให้มาตั้งบ้านเรือนเป็นหลักแหล่งอยู่บริเวณนี้ (ตั้งแต่สมัย ร.3 หลัง พ.ศ. 2371) แล้วพบซากคูน้ำคันดินเมืองโบราณที่รกร้าง แต่ไม่มีใครรู้ว่าเมืองอะไร? ใครสร้างไว้?

         เลยสมมุติชื่อขึ้นเรียกตามความเชื่อที่ติดมาจากสองฝั่งโขงว่าเมืองมโหสถ แล้วผูกนิทานประจำถิ่นเพิ่มขึ้นอีกเพื่ออธิบายสถานที่เก่าแก่ต่างๆ ที่เหลือซากให้เห็น

         แต่เมืองมโหสถ มีชื่อดั้งเดิมอยู่ในจารึกเป็น 2 ชื่อ ว่า สังโวก และ อวัธยปุระ

อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ราว 2 ชั่วโมง นั่งรถไปทางภาคตะวันออก ไม่ไกลดินแดนชายฝั่งทะเล จากบริเวณเมืองมโหสถ นั่งรถเฉลี่ยราว 2 ชั่วโมง ถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ระยอง, พัทยา, เขาใหญ่, ตลาดโรงเกลือ ที่อรัญประเทศ

อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ราว 2 ชั่วโมง นั่งรถไปทางภาคตะวันออก ไม่ไกลดินแดนชายฝั่งทะเล จากบริเวณเมืองมโหสถ นั่งรถเฉลี่ยราว 2 ชั่วโมง ถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ระยอง, พัทยา, เขาใหญ่, ตลาดโรงเกลือ ที่อรัญประเทศ

เริ่มมีเมือง หลัง พ.ศ. 1000

         แรกสร้างเมืองมโหสถ หลัง พ.ศ. 1000 (ยุคทวารวดี ราว 1,500 ปีมาแล้ว) มีคูน้ำ คันดินบนที่ดอนของที่ลุ่มป่าชายเลนกว้างใหญ่ มีทางน้ำน้อยใหญ่เข้าออกทะเลอ่าวไทยเป็นเมืองสถานีการค้า บนเส้นทางการค้าโลก ทั้งทางบกและทางทะเล

         ชื่อเมืองดั้งเดิมที่แท้จริงว่าอะไร? ไม่พบหลักฐาน ต่อมานับถือศาสนาผีสืบเนื่องจากยุคก่อน แล้วเริ่มรับพราหมณ์กับพุทธมาเคลือบผี

         เกี่ยวดองเป็นเครือญาติกับบ้านเมืองต่างๆ ที่อยู่โดยรอบอ่าวไทยยุคนั้น เช่น สุพรรณบุรี, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, นครนายก, สระแก้ว เข้าไปถึงบริเวณโตนเลสาบ (ทะเลสาบ) ในกัมพูชา

mahosod

เมืองสถานีการค้าของนครวัด หลัง พ.ศ. 1500

         เมืองมโหสถ อยู่สืบเนื่องจากยุคก่อน จนถึงยุคขอมเมืองพระนคร (นครวัด) ราว 1,000 ปีมาแล้ว

         เป็นรัฐเครือญาติในอาณาบารมีและเครือข่ายสถานีการค้าทางทะเลของขอมเมืองพระนคร บริเวณโตนเลสาบ (ทะเลสาบ) กัมพูชา ซึ่งมีบ้านเมืองเครือข่ายอีกมาก เช่น ที่ลพบุรี, สระแก้ว, และลุ่มน้ำมูล ในอีสาน ฯลฯ

 

รัฐเครือญาติขอม นครธม หลัง พ.ศ. 1700

         เมืองมโหสถเป็นรัฐเครือญาติในอาณาบารมีของพระเจ้าชัยวรรมันที่ 7 มหาราชขอมเมืองพระนครหลวง (นครธม) หลัง พ.ศ. 1700 ราว 800 ปีมาแล้ว

         ที่โปรดให้สถาปนาศาสนสถานประจำอโรคยศาล (บริเวณที่ทุกวันนี้เรียกสระมรกตและสระบัวล้า) พร้อมเครื่องไทยธรรมสัมฤทธิ์ถวาย

         เมืองมโหสถ มีชื่อดั้งเดิมเป็น 2 ชื่อ เมื่อหลัง พ.ศ. 1500 ว่า สังโวก และ อวัธยปุระ

         สังโวก เป็นภาษาเขมร แปลว่า พาน, ถาด (ภาชนะศักดิ์สิทธิ์ใส่ของ) มีในจารึกบนวัตถุสัมฤทธิ์ พบที่เมืองมโหสถ และมีจารึกที่กรอบประตูปราสาทบายน สมัยพระเจ้าชัยวรรมันที่ 7

         อวัธยปุระ เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า ไม่ตาย, ไม่แพ้ (ความหมายเดียวกับชื่ออยุธยา) มีในจารึกบนวัตถุสัมฤทธิ์ พบที่เมืองมโหสถ

         (รายละเอียดดูใน รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล, “ข้อเสนอเกี่ยวกับที่ตั้งของ สังโวก” ดำรงวิชาการ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ฉบับ 12/2 2556, หน้า 85-102.)

         ในไทย ขณะนั้นมีรัฐอโยธยา-ละโว้ (ต่อไปภายหน้าจะเป็นกรุงศรีอยุธยา) และรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง, รัฐสุโขทัย (สุโขทัย) บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน, ฯลฯ

 

ประชากร

         เมืองมโหสถ มีคนชนชั้นต่างๆ หลายเผ่าพันธุ์อยู่ปนกัน แบ่งเป็นคนชั้นสูง, คนชั้นนำ, คนทั่วไป, และคนชั้นพิเศษ เช่น นักบวช ทั้งในศาสนาพราหมณ์และพุทธ

         คนเหล่านี้พูดตระกูลภาษาต่างๆ เช่น มอญ-เขมร, ชวา-มลายู, ไทย-ลาว และภาษาของชาติภาษาอื่นๆ อีก

         คนทั่วไปมีฐานะเป็นทาส, ไพร่ ไม่มีที่ดินและทรัพย์สินเป็นของตนเอง แต่มีหน้าที่รับใช้มูลนายด้วยการหาทรัพยากรจากป่าเป็นส่วยส่งให้มูลนายโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือ สิ่งตอบแทน และต้องทำมาหากินเลี้ยงตนเอง เช่น ทำนา, ทำไร่, ทำประมง, ล่าสัตว์, ฯลฯ

 

ศาสนา

         เมืองมโหสถ ผู้คนนับถือศาสนาปะปนกันทั้ง ผี, พราหมณ์, พุทธ

         ผี เป็นศาสนาพื้นเมืองดั้งเดิม เช่น ผีมด, ผีเม็ง, ผีฟ้า เป็นความเชื่อหลักของคนทุกระดับ แต่ถูกเคลือบด้วยพราหมณ์และพุทธ

         พราหมณ์ เป็นศาสนารับจากอินเดีย แพร่หลายในกลุ่มคนชั้นสูงที่ควบคุมศูนย์กลางอำนาจอยู่ภายในกำแพงเมือง เช่น พระราชา, พราหมณ์, พ่อค้าต่างชาติ, เป็นต้น

         พุทธ เป็นศาสนารับจากลังกา แพร่หลายในกลุ่มคนชั้นนำ ที่มีหลักแหล่งอยู่ข้างในและข้างนอกกำแพงเมือง เช่น อำมาตย์, ขุนนาง, มูลนาย, พ่อค้าทั่วไป

มีพุทธสถานสำคัญอยู่นอกกำแพงเมือง

adnew