มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2557

 

พระพิฆเนศ นั่งทับหัวกะโหลก

         รูปปั้นพระพิฆเนศนั่งทับหัวกะโหลกมนุษย์ ประดับอยู่บริเวณจั่วด้านหน้าโรงละครแห่งชาติ ทางเชิงสะพานปิ่นเกล้า ใกล้สนามหลวง

         สร้างเลียนแบบพระพิฆเนศในเกาะชวา (อินโดนีเซีย) หมายถึง “เทพผู้มีอำนาจเหนือภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง” เพราะเป็นบุตรพระอีศวร [นิตยสารศิลปากร ปีที่ 57 ฉบับที่ 4 (ก.ค.-ส.ค. 2557) หน้า 112]

         เป็นคำอธิบายได้จากนักปราชญ์รุ่นเก่า ที่มุ่งยกย่องมหาเทพเท่านั้น

kanes24-12-57 1

         “รูปของพระพิฆเนศวร์ที่ถูกต้อง จะต้องประทับอยู่บนหัวกะโหลก”

         “ส่วนที่มีผู้สร้างให้ประทับบนพระแท่นธรรมดาหรืออื่นๆ นั้นถือว่าไม่เป็นแบบเทวรูปพระพิฆเนศวร์ที่ถูกต้องแท้จริง…” ข้าราชการระดับสูง กรมศิลปากร สมัยก่อนให้ความเห็นแก่หนังสือพิมพ์บางกอกไทม์ (ประจำวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2507) แล้วบอกอีกว่า

         ส่วนการนำเอาเทวรูปพระพิฆเนศวร์ มาเป็นสัญลักษณ์ของโรงละครแห่งชาติ เพราะพระพิฆเนศวร์ถือกันว่าเป็นบรมครูของศิลปินทั้งหลายนั่นเอง”

kanes24-12-57 2

         ปราบคนพื้นเมืองให้อยู่ในอำนาจ เป็นความเห็นของนักวิชาการอีกฝ่ายหนึ่งที่คิดต่างจากคำอธิบายเก่าตามแบบแผนเดิมของนักปราชญ์รุ่นก่อนๆ

         คนพื้นเมืองบนเกาะชวา (ก่อนอารยธรรมอินเดียแผ่เข้าไป) ล้วนนับถือศาสนาผีมีหลากหลายเหมือนคนกลุ่มอื่นๆในอาเซียนโบราณ

         เมื่อพ่อค้าหรือนักเสี่ยงโชคผจญภัยจากอินเดียยกกองเรือถึงเกาะชวา ราวหลัง พ.ศ. 1000 โดยเชิญพระพิฆเนศเป็นเทวรูปสำคัญประจำเรือเพื่อขจัดอุปสรรคระหว่างเดินทาง

         จากนั้นก็ปราบปรามคนพื้นเมืองให้อยู่ในอำนาจจนสำเร็จ ซึ่งต้องฆ่าคนพื้นเมืองจำนวนไม่น้อย

         พระพิฆเนศนั่งทับหัวกะโหลก หมายถึงเทวดาชมพูทวีปมีอำนาจเหนือคนพื้นเมือง แล้วมีอำนาจเหนือผีทั้งปวงบนเกาะชวา

         ผมไม่ได้คิดขึ้นเอง แต่จำจากคำอธิบายของนักปราชญ์รุ่นใหม่ชาวยุโรป-อเมริกา ที่ศึกษาค้นคว้า แล้วตีความต่างจากนักปราชญ์รุ่นก่อนๆ

         พระพิฆเนศเป็นบรมครูของศิลปินร้องรำทำเพลงและวาดปั้น เป็นสิ่งที่ไทยสร้างใหม่สมัย ร.6 แต่ไม่มีความเชื่ออย่างนี้ในอินเดียและชวา

         ไม่ควรปิดหู ปิดตา ปิดปาก ไม่รับรู้คำอธิบายแตกต่างโดยผูกขาดคำอธิบายเดียวที่ตนเชื่อ

         เพราะเท่ากับเป็นเผด็จการทางวิชาการอย่างเดียวกับเผด็จการทหาร